ชาวบ้านโล่ง หลังเขื่อนเจ้าพระยาลดระบายน้ำเหลือ 1,800 ลบ.ม.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลงสู่ลุ่มภาคกลาง ซึ่งได้ลดอัตราการระบายน้ำลงท้ายเขื่อน เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน และพบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (13 ต.ค.) วัดได้ 2,044 ลบ.ม./วิ (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับลดการระบายน้ำจากเดิม 1,902 ลบ.ม./วิ ลงมาที่อัตรา 1,800 ลบ.ม./วิ เพื่อลดผลกระทบจากอิทธิพลของปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงระหว่างวันที่ 13-23 ต.ค. ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มยกตัวขึ้นเล็กน้อย ล่าสุดวัดได้ 16.01 ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง 54 ซม.ในรอบ 24 ชม. วัดได้ 13.87 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 2.3 เมตร

โดยเขื่อนเจ้าพระยามีแผนคงการระบายไว้ที่เกณฑ์ 1,800 ลบ.ม./วิ ต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 วัน ซึ่งการระบายน้ำในเกณฑ์ 1,800 ลบ.ม./วิ ของเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลดีต่อพื้นที่ลุ่มท้ายเขื่อน ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไล่ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมคลองโผงเผง จ.อ่างทอง และริมคลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ระดับน้ำจะลดลง 20-50 ซม.ใน 24 ชม.ข้างหน้า

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ ม.2 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นชุมชนท้ายเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ก่อนหน้านี้ถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำกว่า 80 หลังคาเรือน เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์นั้น ล่าสุดพบว่าระดับน้ำได้ลดลงจนพื้นที่ส่วนใหญ่ สามารถใช้งานได้ตามปกติ บ้านที่เคยใช้เรือในการเข้าออกก็สามารถเดินด้วยเท้าได้ตามปกติแล้ว โดยชาวบ้านบอกว่าระดับน้ำลดลงค่อนข้างเร็ว โดยระยะ 3 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำลดลงไปกว่า 1 เมตรแล้ว

