หน้าแรก ภูมิภาค หนาวมาแล้ว! อ...

หนาวมาแล้ว! อินทนนท์เช้านี้ต่ำ 10 ส่วน 29 จว. ฝนถล่ม ระวังท่วมฉับพลัน

18.10.24 | 14:13 น.

ศปช.แจ้ง เตรียมประกาศไทยเข้าหน้าหนาว “อินทนนท์” เช้านี้ต่ำ 10 ส่วน 29 จังหวัดตอนกลาง-ล่างยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม จังหวัดภาคเหนือเร่งระดมกำลังฟื้นฟูตามนโยบายนายกฯ ต้องจบในสิ้นเดือนนี้

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. และ ศปช.ส่วนหน้า กล่าวว่า ได้มีการรายงานอุณหภูมิที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เช้าวันนี้ เวลาประมาณ 07.00 น. อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลนี้ จะมีอากาศแปรปรวน อาจมีฝนกระจายตัวในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะตอนกลางของประเทศลงมา ในขณะที่ภาคเหนืออาจมีฝนกระจายตัวร่วมกับอากาศหนาวเย็นในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนพื้นที่ต่างๆ เต็มศักยภาพ

นายจิรายุกล่าวว่า ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศแจ้งพื้นที่ 29 จังหวัดตั้งแต่ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 19-23 ตุลาคม 2567 ดังนี้ ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร, ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์, ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และภาคใต้ 13 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

Advertisement

“ประชาชนในพื้นที่ 29 จังหวัดดังกล่าว สามารถติดตามรายละเอียดพื้นที่เสี่ยงในระดับอำเภอ ตามแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาได้จากประกาศของ สทนช. ฉบับที่ 17/2567 เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ ตลอดจนกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดสถานการณ์” นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุกล่าวว่า สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในภาคเหนือนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายว่า การฟื้นฟูความเสียหายจากน้ำท่วมต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ ที่ขณะนี้หลายพื้นที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากในภาคเหนือ มีอุณหภูมิต่ำสุดต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“อย่างในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระดมจากทุกภาคส่วน ล่าสุดมอบหมายกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง และเรือนจำ คัดแยกถุงทราย กองดินโคลนแห้งบนถนนเจริญประเทศ เลียบแม่น้ำปิงออกจากขยะน้ำท่วม โดยให้ใช้ที่ดินของรัฐบนถนนดังกล่าวเป็นจุดพักถุงท้าย เพื่อเร่งเคลียร์ถนนให้เร็วที่สุดรองรับการท่องเที่ยวและการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน” นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุเปิดเผยว่า นอกจากนี้ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ปรึกษา ศปช.ส่วนหน้า พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานฟื้นฟูกู้พื้นที่โดยได้ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย ในพื้นที่ ต.เวียง และ ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โดยที่บ้านแม่ปูนหลวง ต.เวียง มีประชากร 2,401 คน ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มจำนวนเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ สิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย ทางเข้า-ออกหมู่บ้าน มีดินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทางสัญจรจำนวนหลายจุด ท่อประปาภูเขา ถูกกระแสน้ำพัดและดินสไลด์ทับท่อ ได้รับความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลังคาเรือน บ้านเสียหายบางส่วน จำนวน 4 หลังคาเรือน

“ที่ปรึกษา ศปช.ส่วนหน้า ได้สั่งการให้ทหารช่างนำเครื่องจักร พร้อมประสานทางหลวงชนบท นำรถแบ๊กโฮขนาดใหญ่เข้าดำเนินการเปิดเส้นทางจากดินสไลด์ ซึ่งชาวบ้านต่างดีใจที่เห็นทหารนำเครื่องจักรเข้ามาช่วย เปิดเส้นทางจนสามารถให้รถสัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้สำเร็จ” นายจิรายุกล่าว

นายจิรายุกล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการฟื้นฟู อ.แม่สาย จ.เชียงราย กองบัญชาการกองทัพไทยรายงานว่า ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ 208,440 ตร.ม. จากพื้นที่รับผิดชอบ 211,000 ตร.ม. คิดเป็น 99% ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟู ล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่แม่สายไปแล้ว 796 ครัวเรือนจาก 819 ครัวเรือน คิดเป็น 97% ซึ่งขณะนี้ทุกภาคส่วนยังคงระดมบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักร ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มศักยภาพเพื่อให้ชาวแม่สายได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว