ส่อวิกฤต! เขื่อนลำตะคอง เส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยง 5 อำเภอเขตเศรษฐกิจโคราช หมดฝนเหลือน้ำใช้แค่ 29 % ถนนมิตรภาพสายเก่าโผล่ ชาวโคราช – เกษตรกรหวั่นน้ำไม่พอใช้ตลอดแล้ง
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปดูสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา สภาพน้ำเก็บกักภายในอ่างฯ ลดลงอย่างมาก เนื่องจากช่วงฤดูฝนปีนี้ ในพื้นที่ต้นน้ำ เหนืออ่างเก็บน้ำลำตจะคองมีฝนตกน้อย จึงมีน้ำฝน-น้ำท่าไหลมาลงอ่างฯ ต่ำกว่าเกณฑ์ สอดคล้องกับกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ว่า ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปริมาณฝนรวมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะต่ำกว่าค่าปกติ 375 มิลลิเมตร อยู่ประมาณ 5 % โดยมีปริมาณฝนรวม ประมาณ 220-270 มิลลิเมตรเท่านั้น
นายสุคนธ์ เต็มยศยิ่ง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ได้รายงานว่า สถานการณ์น้ำของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ที่ส่งจ่ายน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เศรษฐกิจของชาวโคราช ถึง 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ วันนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว แต่ปริมาตรน้ำเก็บกักในอ่างฯ มีแค่ 107.33 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 34.13 % เท่านั้น และเป็นน้ำใช้การได้เพียง 84.61 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 29 % ต่างจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ที่มีน้ำเก็บกักอยู่ถึง 192.34 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 61.16 % มากเกือบ 2 เท่าของปีนี้

เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2567 มีปริมาณฝนตกสะสม แค่ 654.8 มิลลิเมตร หรือค่าเฉลี่ย ประมาณ 66.82 % มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ ตั้งแต่ต้นปี ประมาณ 105.60 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะต้องระบายน้ำออกวันละกว่า 374,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งจ่ายไปให้ 5 อำเภอ ได้ใช้ผลิตประปาอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศลำน้ำ จนเหลือน้ำใช้การล่าสุด แค่ 29 % อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยวิกฤติ ต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งได้สั่งการเจ้าหน้าที่ชลประทานให้จับตาดูปริมาตรน้ำคงเหลือ รายงานให้ทราบทุกวัน พร้อมกับลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีการลักลอบสูบดึงน้ำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือใช้ไม่เป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำหรือไม่ เพื่อสงวนน้ำเก็บกักไว้ให้มากที่สุด เพื่อใช้ผลิตประปาอุปโภค-บริโภคให้เพียงพอเป็นอันดับแรก
ขณะที่ด้านท้ายอ่างฯ บริเวณบ้านท่างอย ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง พบว่า ระดับน้ำในอ่างฯ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีสันดอนดินโผล่เป็นบริเวณกว้าง จนสามารถมองเห็นถนนมิตรภาพสายเก่าโผล่เป็นทางหลายกิโลเมตร ทอดยาวลงไปในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่นำอุปกรณ์จับสัตว์น้ำขนาดเล็กออกมาทำประมง อาทิ เบ็ด แห ยอ มาดักจับปลาในอ่างเก็บน้ำ เพื่อนำไปประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือนและขาย พอได้มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เลี้ยงครอบครัว

และจากสถานการณ์อ่างเก็บน้ำลำตะคองที่นำน้อยวิกฤติ ได้สร้างความกังวลเป็นอย่างมากให้กับพี่น้องชาวโคราช และเกษตรกรที่กำลังปลูกข้าวนาปีอยู่ในขณะนี้
นางฉอ้อน นิราช อายุ 66 ปี เกษตรกรชาว ต.มะเกลือเก่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา กล่าวว่า “ตั้งแต่รู้ว่าอ่างเก็บน้ำลำตะคองน้ำน้อย และส่งจ่ายให้ทำนาปีรอบสุดท้ายของปีแล้ว รู้สึกกังวลอย่างมาก ตนจึงงดทำนาปรัง ทำแค่นาปีทั้งหมด 20 ไร่และต้องใช้น้ำจากลำตะคองเป็นแหล่งน้ำหลักมาทำการเกษตร ซึ่งถือว่ายังโชคดี ที่ก่อนหน้านี้พอจะมีฝนตกลงมาช่วยบ้าง ประหยัดน้ำจากลำตะคองไปได้ ตอนเริ่มเข้าฤดูกาลเพาะปลูก ตนหว่านแห้งไปรอบหนึ่ง แต่ไม่มีฝนตกลงมาสักทีข้าวก็แห้งตายเกือบหมด ทางชลประทานจึงแนะนำผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังจังหวัด จนมีคำสั่งให้อ่างฯ ลำตะคอง ส่งจ่ายน้ำมาช่วยเกษตรกรในเขตชลประทาน ซึ่งชาวบ้านได้ลงขันบริจาคเงินมาลองคลองน้ำ จนสามารถส่งจ่ายน้ำมาเข้าที่นาได้ เกษตรกรจึงพอจะได้ปลูกข้าวไว้กินไว้ขายได้บ้าง ปล่อยมาช่วย 2 รอบแล้ว
“และตอนนี้ข้าวกำลังตั้งท้อง คิดว่า น้ำที่สูบดึงเข้านาน่าจะเพียงพอจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ส่วนสถานการณ์น้ำในปีหน้า คิดว่าไม่น่าจะรอด เพราะน้ำลำตะคองแถวๆ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว น้ำก็แห้งลงอย่างมาก ฝนไม่ได้เติมน้ำลงคลองไผ่ ทั้งๆ ที่มีฝนตกหนักบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่มวลน้ำกลับไหลไปทางฝั่ง จ.ปราจีนบุรี ไม่ได้มาทางฝั่ง จ.นครราชสีมา ตอนนี้จึงยังไม่กล้าคิด ว่าปีหน้าจะปลูกอะไรได้บ้าง”
ทั้งนี้ จ.นครราชสีมา มีอ่างเก็บน้ำอยู่ทั้งหมด 27 แห่ง แต่มีอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำใช้การ อยู่ในเกณฑ์ “น้ำน้อยวิกฤติ” เหลือน้ำไม่ถึง 30 % มีอยู่ 3 แห่ง โดยเป็นขนาดใหญ่ 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยซับประดู่ อ.สีคิ้ว และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเค็ม อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา


