ร้องแอดมินเพจเมากร่าง ข่มขู่ ขอกินฟรี อ้างขายบนทางเท้า ก่อนยอมรับผิด ดื่มจนขาดสติ
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนทธ์ พิลึก อายุ 43 ปี เจ้าของร้านข้าวต้มหัวปลาหม้อไฟ ตรงข้ามสถานีขนส่งผู้โดยสารกำแพงเพชร ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อลงบันทึกประจำวัน กรณีเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2567 ขณะที่ตนเปิดร้านอยู่นั้น ได้มีนายประจักรกฤษ ซึ่งมีอาการเมาสุรา ได้มาสั่งข้าวต้ม 1 ถุง
ระหว่างนั้นได้พูดคุยกับตน เรื่องที่ว่านายประจักรกฤษ ได้นำคลิปบันทึกภาพเคลื่อนไหว เรื่องทะเลาะวิวาทกลุ่มวัยรุ่น จากกล้องวงจรปิดที่ร้านตน ไปลงเฟซบุ๊ก โดยบอกกับตนว่า ทำให้ร้านตนดังไปทั่วประเทศ
ทางเจ้าของร้านข้าวต้ม ไม่พอใจจึงย้อนถามกลับไปว่า ขออนุญาตตัวเรา หรือยังที่นำคลิปไปลง ทำให้นายประจักรกฤษ ไม่พอใจ และโวยวาย พูดจาเสียงดัง ทั้งนี้นายประจักรกฤษ ยังถือวิสาสะ หยิบจับโทรศัพท์มือถือของตนไปเล่น และยังเอ่ยขอข้าวต้มที่สั่งกินฟรีอีกด้วย ที่สำคัญเลยนายประจักรกฤษ ยังข่มขู่เจ้าของร้านข้าวต้มว่า จะไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องตั้งโต๊ะบนทางเท้า
ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าคงไม่มีอะไร แต่นายประจักรกฤษ กลับนำภาพร้านตนเองไปโพสต์บิดเบือนจากความเป็นจริง จนตนได้รับความเสียหายเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าของร้านข้าวต้มเกรงจะได้รับอันตราย จึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อของลงบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ แต่ก็ยอมรับว่า ถ้าจะมีการไกล่เกลี่ยตนก็ยินดี
ขณะที่สิบเอกประจักรกฤษ สายทิพย์ ยอมรับว่า ตนเองวันนั้นกลับจากสถานบันเทิงและมีอาการมึนเมาจริงโดยตนได้ไปสั่งข้าวต้ม พร้อมกับพูดคุยหยอกล้อกับเจ้าของร้านแบบคุยไปก็หัวเราะไป ไม่คิดว่าเจ้าของร้านจะโกรธ ระหว่างที่เจ้าของร้านไปทำข้าวต้มให้ตน ตนเห็นโทรศัพท์มือถือเล่นเกมส์ค้างไว้ จึงกดหยุดให้และยังดีใจที่เจ้าของร้านได้รางวัล จึงตะโกนแซวไปว่า งั้นข้าวต้มนี้ผมขอนะ ไม่คิดว่าจะโกรธและทำเสียงดังจากในครัวใส่
ตนจึงเริ่มไม่พอใจและโมโหจนขาดสติ โวยวาย และพูดจาไม่ดีออกไป หลังจากนั้นตนรู้สึกผิดจึงได้โพสต์ขอโทษออกไป ซึ่งตนก็ต้องขอโทษสังคมมาในที่นี้ด้วย รับปากว่าจะใช้สติให้มากขึ้น จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก ส่วนใครที่ตำหนิตนด้วยความเป็นห่วงตนก็น้อมรับปรับปรุงแต่ใครที่ต่อว่าด้วยที่ถ้อยคำไม่เหมาะสมตนก็ขอใช้ขั้นตอนทางกฎหมายเข้ามาจัดการตรงนี้
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวพนักงานสอบสวนจะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งต่อไป

