เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดี ดีเอสไอ พ.ต.ท.ศันทนะ แก้วทับทิม รักษาการผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 ได้สั่งให้ นายคมกริช สินพูนภักดิ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 รวม 5 คน ลงพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 97/2555 กรณีที่ นางวรรณา ภู่เจริญ อายุ 51 ปี ร้องเรียนว่าถูกหลอกให้นำเงินเข้าฝากกับ “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเกตุ” หมู่ 16 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีผู้เสียหายประมาณ 100 คน มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 10-20 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้แบ่งสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละคนที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
นายคมกริช เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางมาสอบปากคำผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนตั้งแต่ 50,000-700,000 บาท ซึ่งคาดว่าคงมีสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์แห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 500 คน มีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 20 ล้านบาท แต่ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกไม่สามารถเบิกเงินหรือได้รับผลตอบแทนใดๆ จากกลุ่มออมทรัพย์แห่งนี้เลย ในเบื้องต้นมีผู้เสียหาย 32 คน นำโดย นางวรรณา ภู่เจริญ มาให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ อีกประมาณ 3-4 วัน เนื่องจากทราบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายร้อยคนที่ยังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ จึงขอให้ผู้เสียหายที่มาร้องเรียนชุดแรก 32 คน ช่วยแจ้งข่าวให้ทุกคนที่ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้ทราบ เพื่อให้เดินทางมาให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่ด้วย
“ทราบว่า กลุ่มออมทรัพย์แห่งนี้เริ่มดำเนินการมาประมาณ 10 ปี แต่สมาชิกเริ่มเบิกเงินไม่ได้ตั้งแต่ปี 2552 เมื่อสมาชิกไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่รัฐบางคน เรื่องกลับเงียบหายไป นางวรรณา ภู่เจริญ และสมาชิกอีก 4 คนจึงร้องเรียนไปที่ดีเอสไอ หลังจากได้ข้อมูลจากผู้เสียหายทั้งหมดแล้วต้องเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา เพื่อบรรจุเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษต่อไป” นายคมกริช กล่าว
นางวรรณา กล่าวว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านบางเกตุ ก่อตั้งเมื่อปี 2546 แต่ตนเข้าร่วมด้วยเมื่อปี 2547 โดยจ่ายเงินเข้ากองทุนเดือนละ 100 บาท รวมเป็นเงินที่นำเข้ากลุ่มออมทรัพย์ไปแล้วประมาณ 53,300 บาท ในระยะแรกๆ ได้แต่เงินปันผลรายเดือน จนในปี 2552 ก็ไม่ได้รับอีกเลย เมื่อติดต่อขอเบิกเงินก็ไม่ได้ และมีข่าวว่ากลุ่มออมทรัพย์แห่งนี้ล้มแล้ว จึงต้องขอความเป็นธรรมจากดีเอสไอ ส่วนผู้บริหารกลุ่มออมทรัพย์เท่าที่จำได้ก็มี นายนิกร พลวิจิตรโท เป็นประธานกลุ่ม และ นางสมบุญ เหมือนจำลอง ซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ อ.ท่าแซะ แต่ขณะนี้ไม่มีใครสามารถติดต่อทั้งสองคนได้เลย
นางบุญช่วย อรัญตุก อายุ 66 ปี อาชีพทำสวนปาล์ม สมาชิกอีกคนที่ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า นายนิกรซึ่งเป็นประธานกลุ่มออมทรัพย์ฯ เดิมเป็นสมาชิกสภา อบต.จึงดูน่าเชื่อถือ สาเหตุที่ตนเข้าร่วมด้วยเพราะได้รับการชักชวนว่าจะได้ผลตอบแทนดีกว่านำเงินไปฝากธนาคาร ครั้งแรกตนนำเงินเข้ากลุ่มฯ 100,000 บาท หลังจัดงานแต่งงานลูกสาว มีเงินเหลือก็เอาเข้าอีก 100,000 บาท รวมเป็น 200,000 บาท แต่หลังนำเงินเข้ากลุ่มฯ ตนก็ได้รับดอกเบี้ยมาเพียง 2-3 งวดเท่านั้น แต่ไม่เคยได้รับเงินจากกลุ่มออมทรัพย์ฯ อีกเลย

