ชาวบ้าน หอบคลิป โร่แจ้งความ ถูกตำรวจรุมทำร้าย ผกก. ลั่นจะให้ความเป็นธรรม สั่งตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงแล้ว
จากกรณีมีการนำภาพคลิปหลักฐานว่ามีตำรวจในพื้นที่ สภ.บำเหน็จณรงค์รุมทำร้ายร่างกายประชาชนได้รับบาดเจ็บ ที่เหตุเกิดเมื่อช่วงคืนวันที่ 18 ตุลาคม 2567 เวลา 00.35 น.ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดริมถนนบริเวณหน้าวัดบ้านชวน ตรงข้ามกับบ้านเลขที่ 3/7-8 หมู่ 1 ต.บ้านชวน ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ จับภาพได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย เดินเข้ามาหาชาวบ้านที่ยืนอยู่บนฟุตบาตรริมถนน ได้มีการพูดคุยกันซักพักแล้วเหมือนมีปากเสียงกัน และมีตำรวจนายหนึ่งได้เข้าชกต่อยกับชาวบ้านผู้ชายจนล้มคว่ำลงกับพื้น แล้วได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดขับรถยนต์เข้ามาสมทบ และมีเจ้าหน้าที่ลงมาจากรถหลังจากนั้นก็ได้เกิดการชกต่อยชุลมุนกันขึ้นตามภาพวงจรปิดที่บันทึกช่วงเกิดเหตุไว้ได้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังพื้นที่เกิดเหตุไปพบกับ นายปริญญา อายุ 61 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านชวน อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียหายที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาทำร้ายร่างกายทั้งที่อยู่ในบริเวณพื้นที่บ้านของตนเอง เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจตราความเรียบร้อย ซึ่งวันนั้นเป็นวันลอยกระทงและเป็นวันออกพรรษาที่วัดบ้านชวน ตรงข้ามกับบ้านของตนเองอยู่นั้น มีการจัดงานประจำปี ตนเองก็ขายลูกชิ้นอยู่บริเวณหน้าบ้าน

ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเวลาเที่ยงคืนตนเองและลูกหลานที่ขายของและขายลูกชิ้นอยู่บริเวณหน้าบ้าน ได้ทำการเก็บร้านเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ดึกแล้ว ก่อนที่ลูกหลานจะบอกให้ไปส่งเพื่อนบ้านตนกำลังจะสตาร์ทรถ จยย.ไปส่ง หลังจากที่สตาร์ทรถเสร็จแล้ว ตำรวจได้เดินออกจากวัดมาถามตนว่ามึงสตาร์ทรถและเบิ้ลรถทำไม ก่อนที่ตำรวจนายดังกล่าวนั้นจะโทรไปตามพรรคพวก ซึ่งคาดว่าตำรวจและเจ้าหน้าที่มาตามภาพนั้น จะอยู่บริเวณใกล้เคียงหรืออยู่ภายในวัดที่มีการจัดงาน ก่อนที่ จะมีรถสายตรวจขับเข้ามาจอด และมีเจ้าหน้าที่ลงมาจากท้ายรถหลังจากนั้นก็ได้เกิดการชุลมุนตามภาพ ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องและวันที่เกิดเหตุนั้นไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงหรือมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าร้านของตนแต่อย่างใด หลังจากที่เกิดภาพเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แยกย้ายกันกลับไป สร้างความมึนงงให้กับครอบครัว และชาบ้านใกล้เคีงกันจำนวนมาก
ด้านนายฐิติพัฒน์ อายุ 35 ปีชาวบ้าน ตำบลบ้านเพชร อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ อีก 1 ในกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ และ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกระชากคอลงมาก่อนที่จะมีทางเจ้าหน้าที่เตะซ้ำ เล่าว่า หลังจากที่ตนเห็นเหตุการณ์และมีทางเจ้าหน้าที่ชุลมุนกับเหตุการณ์ตนจึงได้เข้ามาสอบถามเหตุการณ์ว่าเป็นยังไงก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งได้ถามตนว่า มึงมีปัญหาใช่ไหม ก่อนที่จะกระชากคอตนให้ล้มลงและมีเจ้าหน้าที่อีกประมาณ 3 นาย เข้ามารุมเตะตามภาพในคลิป เตะอยู่ประมาณ 2-3 ที ตนจะลุกขึ้นก็กดลงกับพื้นเตะซ้ำอีก จนหนำใจ สร้างความมึนงงให้กับตนว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นั้นทำเกินกว่าเหตุในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ที่อยากจะขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตนเองก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานรวมภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณในที่เกิดเหตุคลิปภาพที่มีทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานและจะรอหลานกลับมาจากต่างจังหวัด และจะเข้าแจ้งความเพื่อที่จะดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ที่รุมทำร้ายตนเอง และ เพื่อนบ้านตามคลิปดังกล่าวด้วย อีกทั้งยังจะไม่ยอมความเนื่องจากมีการข่มขู่ทาง Facebook (เฟซบุ๊ก)ซึ่งทำให้ตนและครอบครัวนั้นเริ่มอยู่ในความหวาดระแวงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมในครั้งนี้ ซึ่งพร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไปด้วย
และเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (20ต.ค.67) ความคืบหน้าชาวบ้านผู้ได้รับความเสียหาย ทั้งนายปริญญา อายุ 61 ปี ชาวตำบลบ้านชวน อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็น 1 ในผู้เสียหายที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาทำร้ายร่างกายทั้งที่อยู่ในบ้านของตนเอง และนายฐิติพัฒน์ อายุ 35 ปี ในกลุ่มของผู้เสียหาย และ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกระชากคอลงมาก่อนที่จะมีทางเจ้าหน้าที่เตะซ้ำ ได้หอบหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุจับภาพขณะเกิดเหตุในครั้งนี้ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.บำเหน็จณรงค์ แล้ว เพื่อที่จะขอให้มีการดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุที่รุมทำร้ายชาวบ้าน ตามคลิปดังกล่าวเพื่อขอความเป็นธรรมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในครั้งนี้แล้ว

ซึ่งล่าสุดทางด้าน พ.ต.อ.เวชบุตร ชมบุญ ผกก.สภ.บำเหน็จณรงค์ แจ้งทางโทรศัพท์ว่า เบื้องต้นทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และให้ทางผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมแล้ว ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความในเบื้องต้นไว้แล้ว ส่วนในทางคดีและทางอาญานั้นต้องรอให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง หากตำรวจเป็นฝ่ายผิดจะดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมาย พร้อมใความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว รวมทั้งได้มีการสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าทำเกินกว่าเหตุก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไปด้วย


