หน้าแรก ภูมิภาค ป่าไม้ลุยตรวจ...

ป่าไม้ลุยตรวจ สอบหมุดเขตไร่เชิญตะวัน กมธ.ส.ว. ถามที่ปฏิบัติธรรม ต้องใช้เป็นร้อยไร่เลยหรือ

21.10.24 | 14:44 น.

กรมป่าไม้ เร่งตรวจสอบไร่เชิญตะวัน ว.วชิรเมธี คาดรู้ผล 3-4 วัน หากพบบุกรุกจริง ต้องดำเนินคดีตามกม.ด้านประธานกมธ.สิ่งแวดล้อมติง สถานวิปัสสนา ไม่น่าจะต้องใช้พื้นที่เป็นร้อยไร่

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยกรณีศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ของพระ ว.วชิรเมธี ใน จ.เชียงราย ว่าเบื้องต้นทราบว่ามีการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย ต.ห้วยสัก อ.เมือง โดยทางมูลนิธิวิมุตตยาลัย ขออนุญาตใช้พื้นที่ 1 แปลง 113 ไร่ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 2 แปลง อีก 30 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ 143 ไร่ และหากพบว่ามีการใช้พื้นที่ไป 190 ไร่จริง ซึ่งเกินกว่าที่ขออนุญาตไป 47 ไร่ ก็ถือว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยในวันนี้ (21 ต.ค.) ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานปกครองท้องถิ่น เข้าตรวจสอบในช่วงบ่ายแล้ว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วันจึงจะทราบข้อเท็จจริง

 

นายสุรชัยกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้ว พบว่ามีการใช้พื้นที่เกินกว่าที่ขออนุญาตจริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ม.54 ห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการทำให้ป่าเสื่อมโทรม มีโทษจําคุก 1-20 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ถ้าได้กระทําเกินเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ จําคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท ทั้งนี้ ต้องดูในรายละเอียดว่าผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดคือหน่วยงานใด เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีผู้เข้ามาใช้ประโยชน์จำนวนมาก หากเป็นของศูนย์วิปัสสนาฯเป็นผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดเอง เมื่อครบวาระการขอเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่จะไม่ต่อสัญญาและเพิกถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ด้วย

Advertisement

ด้าน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง เชื่อมือกรมป่าไม้ว่าจะสามารถหาคำตอบ และจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เหมือนกรณีพระใหญ่ที่ จ.ภูเก็ต ที่ขออนุญาตไป แต่เมื่อก่อสร้างจริงกลับทำเกินพื้นที่ จึงต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

“อย่างไรก็ตาม ถ้าตรวจออกมาแล้วไม่เป็นไปตามความรู้สึกของประชาชนก็จะแย้งเอง ว่าค้านกับสายตา กรมป่าไม้จึงต้องทำอย่างละเอียดทุกขั้นตอน และตอบคำถามที่ประชาชนสงสัยได้ทุกข้อ ถามว่า 143 ไร่ ที่สำนักวิปัสสนาฯขออนุญาตใช้พื้นที่ป่านั้น ถือว่ามากเกินไปหรือไม่ เรื่องนี้ก็ถามกันเข้ามาเยอะ ตอบตามที่เคยอยู่กรมป่าไม้มาก่อน พื้นที่ที่กรมป่าไม้อนุญาตให้หน่วยงานราชการเข้าไปใช้ประโยชน์ เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ไม่ใช่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ หรือพื้นที่ป่าลุ่มน้ำ บางหน่วยงานที่ขอใช้พื้นที่ก็ต้องใช้พื้นที่มากแบบสมเหตุผล เช่น กรมชลประทาน เป็นต้น แต่ในส่วนของสำนักวิปัสสนา ก็ต้องไปตรวจว่าทำไมถึงได้ขอมากอย่างนี้ คือ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ากรมป่าไม้อนุญาตให้ก่อสร้างทั้งหมดแล้วหรือยัง หรืออยู่ระหว่างการขออนุญาต” นายชีวะภาพกล่าว

เมื่อถามว่า ได้คุยกับอธิบดีกรมป่าไม้บ้างหรือยัง นายชีวะภาพกล่าวว่า รอให้ตรวจสอบให้เสร็จเรียบร้อยให้ผลออกมาก่อนแล้วค่อยคุย

ขณะเดียวกันที่ จ.เชียงราย นายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยศวัฒน์ เอกกุล สว. กก.4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ ปทส. ตำรวจสอบสวนกลาง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ สำนักพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการตรวจสอบภายในไร่เชิญตะวัน บ้านใหม่สันป่าเหียง หมู่ 25 ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่าศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ของพระเมธีวชิโรดม หรือที่รู้จักกัน พระ ว.วชิรเมธี อาจมีการบุกรุก พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย ในท้องที่ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

โดยในการเข้าตรวจสอบไม่พบตัวของพระเมธีวชิโรดม หรือที่รู้จักกัน พระ ว.วชิรเมธี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ และลูกศิษย์แจ้งว่ายังประกอบศาสนกิจอยู่ที่วัดในประเทศญี่ปุ่น ยังไม่ทราบกำหนดว่าจะเดินทางกลับเมื่อใด

อย่างไรก็ตาม ทางไร่เชิญตะวันได้ส่งเจ้าหน้าที่และผู้แทน พบกับเจ้าหน้าที่ โดยนำเอกสารสัญญาเช่าการใช้พื้นที่ดินที่ทำกับทางกรมป่าไม้มาแสดง พร้อมเซ็นรับทราบการเข้าตรวจของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะพานำตรวจตามหลักหมุดของแปลงที่ดินรอบพื้นที่ โดยใช้เครื่องจีพีเอสตรวจหาค่าพิกัดตำแหน่งพื้นที่ทั้งหมด เพื่อเทียบเคียงพื้นที่ใช้ประโยชน์จริงกับพื้นที่ขออนุญาตใช้ประโยชน์ในการใช้ที่ดิน

 

นายประสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้เป็นการเริ่มต้นตรวจสอบโดยเป็นการตรวจแนวขอบเขตที่ทางเจ้าหน้าที่ของทางไร่นำชี้ตรวจก่อน ยังไม่สามารถสรุปหรือชี้ได้ว่าจะมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซี่งต้องสำรวจพื้นที่โดยรอบทั้งหมดก่อน ซึ่งแต่ละจุดมีหลักหมุดไม่เหมือนกัน ต้องหาค่าพิกัดทั้งหมดค่อยมาประเมินผลอีกครั้งซึ่งอาจใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างน้อย 1-2 วัน แต่หากพบว่าเข้าข่ายมีการบุกรุก ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน

ด้าน พ.ต.ท.ยศวัฒน์กล่าวว่า ขั้นตอนแรกเราต้องทราบก่อนว่าพื้นที่ของไร่มีขอบเขตอยู่แค่ไหน จึงต้องลงพื้นที่เข้ามาสำรวจ เพื่อได้พิกัดตำแหน่งชัดเจนตามที่ทางเจ้าหน้าที่ของทางไร่นำชี้ จากนั้นก็จะนำมาเทียบเคียงกับภาพถ่ายของกรมป่าไม้ว่ายังอยู่ในขอบเขตที่ขออนุญาตไว้หรือไม่ หรือมีส่วนไหนเกินออกมาบ้าง ซึ่งเรื่องนี้จะพิสูจน์ได้ต้องรอผลตรวจการใช้ที่ดินจริงทั้งหมดออกมาก่อนจึงจะสรุปออกมาเป็นรายวันว่าจะมีผลออกมาตามที่มีข้อสงสัยตามสื่อต่างๆ หรือไม่ต่อไป

ทั้งนี้ ไร่เชิญตะวัน โดยมูลนิธิวิมุตตยาลัย ได้ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติดอยปุย กับทางจังหวัดเชียงรายซึ่งทางจังหวัด โดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ได้ทำหนังสือขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติเองจำนวน 113 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา ให้ใช้พื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2596 เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ธรรมสมโภช 750 ปี รัตนบุรีเชียงราย โรงเรียนชาวพุทธเศรษฐศาสตร์และเพื่อใช้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน

นอกจากนี้ กรมป่าไม้ยังมีการอนุญาตให้สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณติดกันอีก 2 แปลง เพื่อสร้างศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จำนวน 11 ไร่ 3 งาน 1 ตารางวา และเป็นสถานที่จัดตั้งวัดไร่เชิญตะวัน อีก 14 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา โดยอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ไปจนถึง 22 พฤศจิกายน 2596 ทำให้มีพื้นที่อนุญาตในพื้นที่อย่างถูกต้องรวมทั้งสิ้นประมาณ 140 ไร่

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจด้วยว่าการขออนุญาตใช้พื้นที่ในปี 2566 มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตรงตามที่ขอหรือไม่ หากพบว่ามีรุกป่าเกินไป จะต้องยึดพื้นที่คืนและปลูกป่า ทั้งนี้ หากผิดจริงจะแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ถ้าได้กระทําเกิน 25 ไร่ โทษจําคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-2,000,000 บาท