หนุ่มคลั่ง โชว์ของลับ-ถือมีดขู่ ปชช. ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยโทรแจ้งตร. แต่โดนแทง ดับสลด เจ้าตัว ยอมรับสารภาพ
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตำรวจนำกำลังป้องกันและปราบปราม และตำรวจสืบสวน นำตัวนายอรรถพล (สงวนนามสกุล) หรืออั๋ว อายุ 37 นั่งรถเข็นทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
โดยเหตุการณ์ก่อนหน้า พบว่านายอั๋ว มีอาการคลุ้มคลั่งแก้ผ้าโชว์ของลับ ก่อนหยิบมีดทำครัวร้านก๋วยเตี๋ยวจ้วงแทงนายชิน (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านถ่อน ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี บนถนนหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ขณะยืนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบ้านผือ
โดยนายอั๋วถูกตำรวจยิงสกัด 3 นัด เข้าที่หัวเข่ากระสุนทะลุ และหน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง กระสุนเฉี่ยวเป็นบาดแผล โดยมีชาวบ้านมามุงดูประมาณ 20 คน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งขณะทำแผนนายอั๋ว ได้นั่งยกมือพนมร้องไห้บนรถเข็น กล่าวขอโทษผู้ตายและญาติ ยอมรับผิดทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งกายก็ดี วาจา และใจก็ดี ตนอยากขอโทษจริงๆ

จากคลิปภาพกล้องวงจรปิดบันทึกได้เป็นบางส่วน ปรากฏภาพนายอั๋วใช้มีดจ้วงแทงนายชิน ผู้ใหญ่บ้านล้มลง และถูกแทงแบบไม่ยั้ง ก่อนมีชาวบ้านที่เป็นผู้ชายอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยววิ่งถือไม้ไผ่มาตีนายอั๋ว เพื่อให้หยุด และโดนตำรวจยิงขาทั้ง 2 ข้าง หลังยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ 3 นัด เพราะนายอั๋วถือมีดวิ่งเข้าใส่ตำรวจ
ต่อมา พ.ต.อ.นวกฤต นวการพานิชย์ ผกก.สภ.บ้านผือ ได้เดินทางไปบ้านผู้เสียชีวิต จุดธูปแสดงความอาลัยที่หน้าโลงศพ และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่บ้านน้ำดี ที่เพิ่งรับตำแหน่งได้เพียง 8 เดือน ตามความฝันที่อยากรับใช้คนในหมู่บ้าน

นางสาวชุติมา (สงวนนามสกุล) ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า สามีได้พักผ่อนยาว หลังจากได้ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองจนเต็มที่ ซึ่งสามีพูดอยู่เสมอว่า อยากเป็นผู้ใหญ่บ้าน อยากช่วยเหลือสังคมและคนในหมู่บ้าน ทำงานไม่ถึงปี ก็ได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชา เพราะเขามีความตั้งใจมาตั้งแต่วัยรุ่นว่าอยากเป็นผู้ใหญ่บ้านสักครั้งในชีวิต ส่วนงานฌาปนกิจจะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 ตุลาคมนี้
พ.ต.อ.นวกฤตเปิดเผยต่อว่า คนก่อเหตุให้การยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และก็เข้าใจดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตอนจับกุมเบื้องต้นทางเราแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” เมื่อสอบปากคำคนก่อเหตุและพยาน 3 ปาก ก็ทราบว่าผู้ใหญ่บ้านอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ โดยจากการสอบปากคำพยานแวดล้อมและหลักฐาน จึงได้แจ้งข้อหาเป็น “ฆ่าเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่”

จากการตรวจสอบประวัติการรักษาอาการทางจิตของผู้ก่อเหตุไม่พบประวัติ แต่มีเพียงแค่การบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด 2 ครั้ง หลังจากบำบัดเสร็จกลับออกมาก็เสพยาเหมือนเดิม และถูกจับกุมเรื่องยาเสพติด ทำร้ายร่างกายพ่อ จำคุก 2 ปีกว่าแล้วได้รับการอภัยโทษออกมา
ต่อมาพบปัญหาเรื่องครอบครัวแตกแยก จึงทำให้เขามีอาการเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก ตำรวจได้ให้โรงพยาบาลตรวจสารเสพติดก็ไม่พบ คาดว่าเสพยาเสพติดติดต่อกันมานานหลายปี จนทำให้สมองไม่ค่อยสั่งการ หรือสั่งการช้า

