‘ไทย-เมียนมา’ จับมือแก้ท่วม เตรียมติดตั้งเครื่องมือแจ้งเตือนระดับน้ำต้นแม่น้ำสาย 4 จุด พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ ส่วนการฟื้นฟู 2 ฝั่งเกือบแล้วเสร็จ
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สือข่าวรายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูน้ำท่วมพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 และเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยพัฒนา กองบัญชากรกองทัพไทย ยังคงเดินหน้าเข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยการฟื้นฟูระยะนี้ ได้เน้นไปที่การใช้กำลังคนเป็นหลัก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เครื่องจักร หรือรถแบ๊กโฮเข้าถึงสามารถเคลียร์ดินโคลนและขยะครัวเรือนออกไปได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกจุดแล้ว เหลือเพียงบ้านเรือนของประชาชนและดินโคลนที่หลงเหลือในซอยลึกอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนเกาะทรายและไม้ลุงขน ทำให้จึงใช้กำลังคนเข้าเคลียร์พื้นที่นำดินโคลนที่หลงเหลือออกจากบ้านคนและเคลียร์พื้นที่ร้องระบายน้ำให้น้ำไหลถ่ายเทได้สะดวก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะสามารถเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดได้ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน ก่อนที่จะมีการฟื้นฟูเยียวยาปรับสภาพบ้านเรือนให้กลับมาอยู่อาศัยได้ปกติสุขในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

ขณะที่การแก้ไขปัญหาระยะยาวล่าสุดทางพลโท ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เลขานุการคณะกรรมการระดับสูงไทย-เมียนมา พร้อมด้วยนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมส่วนราชการของไทย ได้หารือหน่วยงานฝ่ายประเทสเมียนมา โดยมี พลจัตวา โซหล่าย ผู้บัญชาการภาคสามเหลี่ยม และ นาย อูมินโก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก เข้าร่วมเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่และหารือความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ทั้งนี้ทางฝ่ายเมียนมาอนุญาตให้ฝ่ายไทยเข้าไปติดตั้งเครื่องมือแจ้งเตือนระดับน้ำ หรือเครื่องโทรมาตรอัตโนมัติ บริเวณต้นแม่น้ำสายและจุดตรวจสอบ จำนวน 4 จุด ได้แก่ บ้านโจตาดา บ้านดอยต่อคำ สะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 1 และสะพานข้ามแม่น้ำรวก ซึ่งจะเข้าดำเนินการติดตั้งในวันที่ 28 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะสามารถแจ้งเตือนอุทกภัยล่วงหน้าได้ 8 – 10 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังได้หารือเรื่องการแก้ปัญหาการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่มในแม่น้ำสาย โดยฝ่ายไทยยืนยันเสนอให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำรวมทั้งการขุดลอกลำน้ำ โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการร่วมไทย-เมียนมา เกี่ยวกับสิทธิการเดินเรือ การใช้น้ำอย่างเป็นธรรม การบำรุงรักษาและการอนุรักษ์ทางเดินปัจจุบันของแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก หรือ Sub JCR ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ทำแผนการดำเนินงานให้แล้วเสร็จในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งฝ่ายเมียนมา แจ้งว่ายินดีให้ความร่วมมือในการดำเนินงานทุกกิจกรรม พร้อมระบุว่า ได้สำรวจสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำในฝั่งเมียนมาเรียบร้อยแล้ว มีจำนวน 33 บริเวณ และพร้อมทำการรื้อถอนทันทีเมื่อได้รับสั่งการจากส่วนกลาง

ทั้งนี้ฝ่ายเมียนมาได้ขอบคุณฝ่ายไทยที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยฟื้นฟูอุทกภัยในจังหวัดท่าขี้เหล็ก จนสามารถฟื้นฟูพื้นที่ได้ประมาณร้อยละ 75 และขอให้ฝ่ายไทยอำนวยความสะดวกกรณีที่ภาคเอกชนเมียนมาต้องการสั่งซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในการจัดการดินโคลน อาทิ รถแบ๊กโฮขนาดเล็ก เครื่องดูดโคลน เพื่อเร่งมาฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ขณะเดียวกันได้ยืนยันจะให้ความร่วมมือ กรณีที่ฝ่ายไทยขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ ไม่ให้ประชาชนทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในลำน้ำ โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะนำผลการหารือ แจ้งกับส่วนที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศทราบ และจะร่วมกันนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมา เกี่ยวกับเขตแดนคงที่ช่วงแม่น้ำสายแม่น้ำรวก หรือ JCR ซึ่งจะจัดการประชุมในวันที่ 5-7 พฤศจิกายน ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาและมีข้อสั่งการร่วมกันต่อไป


