หน้าแรก ภูมิภาค ผู้การฯ สารคา...

ผู้การฯ สารคาม สั่งให้ตร.คลั่งไล่ยิงชาวบ้าน ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เผยป่วยทางจิต ขาดยา 2 วัน

22.10.24 | 17:55 น.

ผู้การฯ มหาสารคาม สั่งให้ ตร.คลั่งไล่ยิงชาวบ้าน ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม (ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเช้านี้ว่า ด.ต.สมพร (สงวนนามสกุล) มีอาการคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนยิงประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ

ภายหลังเกิดเหตุ ได้ลงพื้นที่ สภ.แกดำ ซึ่งได้รับรายงานว่า ตอน ด.ต.สมพรก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไประงับเหตุ เกลี้ยกล่อมจนสามารถควบคุมตัว ด.ต.สมพร ไว้ได้ โดย ด.ต.สมพรมีอาการป่วยทางจิต และที่ก่อเหตุครั้งนี้เนื่องจากขาดการกินยามา 2 วัน ทำให้เกิดอาการ เริ่มแรกข้างบ้านมีการก่อกองไฟ ทำให้ควันไฟลอยเข้ามาในบ้าน จึงมีอาการหงุดหงิด จะทำร้ายลูกเมีย ลูกเมียเลยหนีออกจากบ้านจนมาก่อเหตุกับประชาชน ขณะที่นำตัวไปรักษาตัวที่ รพ.จิตเวช ขอนแก่น ส่วนผู้บาดเจ็บได้นำตัวส่ง รพ.แกดำ ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนและท้ายทอย ถูกส่งตัวต่อมารักษาที่ รพ.มหาสารคาม

ในส่วนของโทษทางวินัย จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นจะได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากมีความผิดชัดเจน สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าและพกพาอาวุธปืน

ส่วนเรื่องความเครียดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน จากปัญหาเศรษฐกิจ หรือเรื่องส่วนตัว นำไปสู่อาการทางจิตนั้น ก็ได้มีการประชุมกับทาง ผกก.ทุก สภ.ให้เข้าไปดูแลเรื่องสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย หรือการดำรงชีพ โดยได้ให้นำปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปใช้ เพราะช่วงนี้เป็นที่ทราบทั่วกันว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องอยู่อย่างประหยัด มีอะไรก็ให้ผู้กำกับไปดูแลว่าแต่ละคนมีปัญหาอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเคสนี้ ไม่ได้เครียดเพราะปัญหาเศรษฐกิจ แต่เป็นผู้ป่วยจิตเวช เพราะขาดยา ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้แล้ว เหมือนกับสติของ ด.ต.สมพรกลับมา ก็มีการกล่าวขอโทษ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป แต่ขณะที่ก่อเหตุ ก็คงไม่รู้ตัวจริงๆ แต่เรื่องของคดีอาญาก็ต้องดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

ในเรื่องของการเยียวยา ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างตำรวจกับประชาชน ทั้งตนและผู้กำกับ สภ.แกดำ ก็จะได้เข้าไปเยียวยาครอบครัวของผู้บาดเจ็บ ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ให้กับผู้บาดเจ็บ ไม่ทอดทิ้งแน่นอน