ขอความเป็นธรรม เจ้าของกิจการทำรถพ่วงแห่ ถูกมือดีสั่งปิดบัญชี ยันไม่ใช่มิจฉาชีพ แค่ทำไม่ทัน
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 67 นายทินกร สาลีงาม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.2 บ้านดง ต.กุดขาคีม อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองได้ทำกิจการทำรถพ่วงแห่ขนาดเล็กพร้อมกับติดลำโพง ไว้พ่วงกับรถ จยย. ให้กับบรรดาลูกค้าที่ต้องการรถนำไปแห่ตามงานพิธีต่างๆโดยวันหนึ่งจะมีลูกค้าเข้ามาติดต่องานกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ตนเองถึงกับทำให้ลูกค้าแทบไม่ทัน และมีลูกค้าบางรายหัวหมอ พอทำไม่ทัน ก็ต่อว่าตนเองหลอกลวง ลูกค้าหาว่าตนเองรับเงินมัดจำไปแล้วไม่ยอมทำให้ นัดแล้วก็นัดอีก ซึ่งทำให้ตนเองและครอบครัวหนักใจเป็นอย่างมาก เพราะตนเองมีลูกน้องเพียงคนเดียว จึงทำไม่ทันส่ง จนกระทั่งล่าสุดได้มีมือดีสั่งอายัดบัญชีธนาคารไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ จึงเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว เพื่อให้นำเสนอข่าวขอความเป็นธรรม ว่าเป็นไปได้อย่างไร ในขณะที่ตนเองไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายบ้านเมืองและไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติดซึ่งตนเองแปลกใจว่าเขาทำได้อย่างไร

นายทินกร ยังบอกอีกว่า ตนเองได้มีลูกค้ารายหนึ่งมีบ้านอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ได้เข้ามาติดต่องาน สั่งทำกับตนและในระหว่างที่ตนเองกำลังดำเนินการให้ แต่กลับมาต่อว่าตนเองเป็นคนหลอกลวงและกล่าวหาว่าฉ้อโกงหลอกลวงประชาชน ซึ่งทั้งคำพูดและทุกขั้นตอนตนเองได้พยายามชี้แจงไปหมดว่าตนเองมีตัวมีตน มีบ้านที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง ไม่เคยหลอกลวงไปต้มตุ๋นใคร ซึ่งคนที่กล่าวหาตนนั้น ก็ไม่ทราบว่ามาจากเหตุอะไรและทักแชตไปในกลุ่มต่างๆเพื่อที่จะพยายามดิสเครดิตของตนเองและโจมตีอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งในขณะนี้ ตนเองพร้อมที่จะนำหลักฐานต่างๆนำไปแจ้งความกับ สภ.รัตนบุรี เพื่อให้ดำเนินการกับบุคคลดังกล่าวแล้ว

นายทินกร ยังบอกอีกว่า ในส่วนของธนาคารทั้ง 2 ธนาคาร ถูกอายัดบัญชีไปทั้งหมด ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเงินของตนจำนวนหนึ่ง ที่จะต้องนำไปใช้จ่ายซื้อสิ่งของมาดำเนินการแต่กลับไม่สามารถเบิกออกมาใช้จ่ายได้และคนที่สั่งอายัดบัญชีของตนนั้น ก็ไม่ทราบมาจากสาเหตุอะไร เขาเป็นใคร ทำไมธนาคารจึงให้เขาปิดบัญชีได้ ตนเองก็งง

นายทินกร ขอบอกผ่านสื่อมวลชนว่า ทำไมธนาคารจึงยอมให้เขาปิดบัญชี เขามีอำนาจอะไร เงินก็เป็นเงินที่ตนเองทำด้วยน้ำพักน้ำแรง ถ้าหากว่าตนเองทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ก็สามารถมาตรวจสอบได้เลย เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ ที่ตนเองได้มาก็มาจากการทำรถพ่วงแห่และต่อตู้ลำโพงนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สั่งจองอย่างนี้ ผิดกฎหมายด้วยหรือและตนก็ไม่ได้ไปคดไปโกงใครเขามา พร้อมกับร้องสื่อให้ความเป็นธรรมกับตนเองและครอบครัวด้วย โดยได้มีชาวเน็ตเข้าใจตนในทางลบ ชักชวนปลุกระดมมองว่าตนเป็นมิจฉาชีพ

