หน้าแรก ภูมิภาค เครื่องกวนมรณ...

เครื่องกวนมรณะ ดูดแขนเสื้อแม่ค้าทำขนม รัดคอดับสลด

23.10.24 | 16:35 น.

สลด แม่ค้าขนมถาด ตลาดชุมชนขนมแปลกหนองบัวเมืองจันทบุรี ถูกเครื่องกวนขนมมรณะ ดูดแขนเสื้อพันมัดคอเสียชีวิต

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม ร.ต.อ.มารุต นิตย์จิน รอง สว.สส. (สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุ มีคนถูกเครื่องกวนขนมไฟฟ้า ดึงเสื้อมัดคอเสียชีวิต เหตุเกิดในบ้านพักพื้นที่หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งได้พร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลพระปกเกล้า และกำลังอาสากู้ภัย สว่างกตัญญูจันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านพักชั้นเดียว ส่วนหลังบ้านจัดเป็นที่เตรียมวัตถุดิบ อุปกรณ์ทำขนมถาดโบราณ รวมถึงเครื่องกวนขนมไฟฟ้ามรณะ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับต้นเสา ในบ้านพบร่างผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.วลัยพร (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ อยู่ในสภาพนอนหงายอยู่บนพื้น หลังจากทางญาติได้ช่วยกันใช้มีดตัดเสื้อที่มัดร่างช่วงคอและแขน ติดกับเครื่องกวนขนม มาทำการปฐมพยาบาลพร้อมแจ้งทีมแพทย์ฉุกเฉินมาช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์

ผลการตรวจชันสูตรเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตมีร่องรอยถูดมัดที่ลำคอจนเขียวช้ำ และรอยแผลถลอกที่ท่อนแขนซ้าย ตลอดจนฝ่ามือที่ยังมีเศษขนมเปื้อนติดอยู่ทั้งสองข้าง ส่วนที่เครื่องกวนขนมไฟฟ้า พบยังมีขนมมันเทศแดงที่ยังกวนไม่เสร็จคาอยู่ในเตา และมีเศษเสื้อยืดสีดำ พันมัดติดแน่นกับแกนมอเตอร์ ตลอดจนรองเท้าแตะ 2 ข้าง ตกอยู่ข้างเตา ทางตำรวจจึงได้ถ่ายภาพบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

Advertisement

จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.มารุต นิตย์จิน ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้นทางญาติให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน น.ส.วลัยพร มีอาชีพทำขนมถาด ขนมกวนโบราณขายในตลาดนัด และตลาดชุมชนขนมแปลกหนองบัว ซึ่งมักจะตื่นเช้ามาจัดเตรียมและกวนขนมไว้รอไปขาย โดยเช้าที่ผ่านมาได้ออกมาพบ น.ส.วลัยพร อยู่ในสภาพถูกแกนเครื่องกวนขนมดูดเสื้อดึงร่างมัดติดกับเครื่อง จึงรีบมาสับสวิตช์หยุดเครื่อง และรีบหามีดมาตัดเสื้อเพื่อนำร่างออกมา และตะโกนขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน เบื้องต้นพบว่า น.ส.วลัยพรมีชีพจรเต้นอ่อน จึงได้ทำการปั๊มหัวใจ พร้อมแจ้งทีมแพทย์ฉุกเฉินและอาสากู้ภัยมาช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ น.ส.วลัยพรได้เสียชีวิตลงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม สาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นได้ประสานอาสากู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้า เพื่อให้แพทย์ตรวจชันสูตรยืนยันสาเหตุแน่ชัด ก่อนมอบให้ญาติรับกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป