รวบหนุ่ม 35 ตระเวนลักแบตรถทั่วมหาสารคาม อ้างหาเงินใช้หนี้ยาเสพติด
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.มหาสารคาม ที่ห้องสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.กฤษฎา นิติพจน์ รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.สุวันชัย สีทา สว.สส.สภ.เมืองมหาสารคาม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายนิรุติ (สงวนนามสกุล) หรือ รุติ อายุ 35 ปี ชาวบ้านติ้ว ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม ภายหลังจากก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์ ภายในบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 จ.มหาสารคาม เป็นแบตเตอรี่รถเกรดเดอร์ 2 ลูก และแบตเตอรี่รถบรรทุกน้ำ 2 ลูก รวม 4 ลูก โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้
เจ้าหน้าที่ได้ติดตามคนร้ายจากกล้องวงจรปิด พบเป็นชายรูปร่างท้วม ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมประสานกับร้านรับซื้อของเก่าให้ช่วยสังเกตรูปพรรณสัญฐานของคนร้าย กระทั่งมีชายรูปร่างลักษณะปรากฏตามภาพนำแบตเตอรี่มาขาย ทางร้านจึงได้ทำทีรับซื้อแบตเตอรี่ไว้ และขอข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมถ่ายภาพส่งให้กับเจ้าหน้าที่ กระทั่งนำมาสู่การจับกุมตัวคนร้ายในที่สุด

นายนิรุติกล่าวว่า ตนได้ตระเวนขโมยแบตเตอรี่โดยช่วงกลางวันได้มาดูลาดเลาไว้ และก่อเหตุส่วนใหญ่ช่วงกลางคืนโดยจะใช้คีมคลายนอตออก และใช้เชือกผูกไว้กับรถจักรยานยนต์ ส่วนสาเหตุที่ตระเวนก่อเหตุเนื่องจากหาเงินใช้หนี้ยาเสพติด ประมาณ 2,000-3,000 บาท พอขโมยแบตเตอรี่ได้เงินมาก็เอาไปใช้หนี้เขา ขายแบตเตอรี่ได้เงินน้อย ก็เอาเงินไปให้เขา ดีกว่าไม่ได้ใช้หนี้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยไปทำงานที่ร้านเช่าเต็นท์แห่งหนึ่งใน ต.เขวา อ.เมืองมหาสารคาม แต่ก็ถูกไล่ออก เพราะไปขโมยของของนายจ้าง
พ.ต.อ.ไกรทองกล่าวว่า ในห้วงเดือนกันยายนต่อเนื่องเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุตระเวนขโมยแบตเตอรี่รถบรรทุก ทั้งรถ 6 ล้อ รถเครน รถบรรทุกตามไซต์งานก่อสร้าง รวมทั้งหมด 16 คดี มีแบตเตอรี่ถูกขโมยไป 36 ลูก โดยเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุ 14 คดี จาก 16 คดี ซึ่งผู้ต้องหาจะตระเวนก่อเหตุส่วนมากในช่วงเวลากลางคืน โดยตอนกลางวันจะตระเวนดูลาดเลาไว้ก่อน พอตกกลางคืนก็ลงมือก่อเหตุ ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที ก็สามารถถอดแบตเตอรี่ออกไปได้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยต้องโทษในคดีอาญา ส่วนเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด พบว่า ขโมยแบตเตอรี่ไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อยามาเสพ

พ.ต.อ.ไกรทองกล่าวต่อไปว่า โดยที่บริเวณไซต์งานก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 จังหวัดมหาสารคาม ผู้ต้องหาได้เข้าไปขโมยแบตเตอรี่ถึง 2 ครั้ง รวม 10 ลูก เมื่อวันที่ 1 และวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้ขยายผลเพิ่มเติมว่าได้ก่อเหตุขโมยแบตเตอรี่ที่บริเวณริมถนนสาธารณะ เป็นรถบรรทุก 6 ล้อดั้ม จำนวน 2 ลูก และขโมยแบตเตอรี่รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ที่บ้านพักของประชาชนในพื้นที่ ต.เขวา อ.เมือง จำนวน 2 ลูก ซึ่งแบตเตอรี่บางส่วนจะนำไปขายให้กับรถรับซื้อของเก่าแบบรถเร่ และตามร้านขายของเก่า ในราคาลูกละ 300-500 บาทเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจรโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ก่อนนำตัวพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายศักดิ์ชาย (สงวนนามสกุล) ผู้ประสานงานผู้ดูแลไซต์งานก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ที่ไซต์งานถูกคนร้ายเข้ามาขโมยแบตเตอรี่ถึง 2 รอบ รอบแรกวันที่ 1 ตุลาคม รอบที่ 2 วันที่ 8 ตุลาคม แบตเตอรี่หายไปรวม 10 ลูก มูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000 บาท เป็นของรถเกรดเดอร์ 4 ลูก รถน้ำ 2 ลูก รถบด 4 ลูก ซึ่งก็ไม่คิดว่าคนร้ายจะเข้ามาขโมยถึง 2 รอบ ซึ่งรอบแรกจอดไว้ข้างหน้า พอโดนขโมยไปก็ได้นำรถเข้ามาจอดภายในบริเวณไซต์งานที่กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ จนนำไปสู่การจับกุม ซึ่งมูลค่าที่คนร้ายนำไปขาย กับราคาซื้อแบตเตอรี่มือหนึ่งต่างกันถึง 10 เท่า คนร้ายเอาแบตไปขายได้ลูกละ 500 บาท แต่เราต้องซื้อแบตเตอรี่ใหม่ลูกละ 5,000 บาท อยากขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถทำงานได้รวดเร็ว และช่วยเหลือประชาชนเป็นอย่างดี

