หน้าแรก ภูมิภาค จำนนด้วยหลักฐ...

จำนนด้วยหลักฐาน ชายเก็บกระเป๋าเงินไม่ส่งคืน ปฏิเสธเสียงแข็ง สุดท้ายไหว้สวย ยอมชดใช้

25.10.24 | 10:18 น.

จำนนด้วยหลักฐาน ชายเก็บกระเป๋าเงินไม่ส่งคืน ปฏิเสธเสียงแข็ง สุดท้ายไหว้สวย ยอมชดใช้

จากกรณี ช่วงบ่ายวันที่ 24 ตุลาคม 67 น.ส.เพ็ญพักตร์ แหล้ยัง หรือก้อย อายุ 42 ปี ชาว ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี พนักงานขายตั๋วรถโดยสาร บริษัทสงวนชัยทัวร์ บขส.อุดรธานี แห่งที่ 1 นำหลักฐานกล้องวงจรปิด และรูปภาพ จากกล้อง CCTV เทศบาลนครอุดรธานี คนที่เก็บกระเป๋าเงินได้ แต่ไม่ยอมนำมาแจ้งตำรวจติดตามหาเจ้าของ มอบให้ ร.ต.ท.หญิง นีรนุช บุตตเขียว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ติดตามคนที่เก็บกระเป๋าของตนได้นำมาคืน หากไม่นำมาคืนก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด หลังเข้าแจ้งความไว้เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2567 พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคธาติ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้เชิญตัวนายวศกร   อายุ 39 ปี ชาว ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปี้-ไอ สีขาว   ที่ใช้ในวันเกิดเหตุ มาสอบสวนที่ชุดสืบสวนพิรุณ ช่วงแรกให้การปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ได้เก็บกระเป๋าเงินของ น.ส.ก้อยได้แต่อย่างใด เมื่อตำรวจเปิดคลิปวงจรปิดให้ดู ก็บอกว่าเป็นตัวเองที่ขี่รถจักรยานยนต์ แต่ไม่ได้เก็บกระเป๋าเงินไป

จากนั้น น.ส.ก้อย  ได้เปิดคลิปและซูมให้ดูชัดๆ ขณะนายวศกร  ก้มลงเก็บกระเป๋าเงินไป แต่ก็ยังปฏิเสธว่าไม่ใช่ตนเอง ตำรวจจึงเชิญตัวเข้าไปดูคลิปทีวีจอใหญ่ภายในห้องสืบสวน เพื่อให้เห็นกันแบบชัดๆอีกครั้ง โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปดูด้วย เมื่อนำคลิปลงทีวีจอใหญ่ ทำให้นายวศกร  ถึงกับพูดไม่ออก และได้ติดต่อแม่ให้มาเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อขอชดใช้ทรัพย์สินที่อยู่ในกระเป๋าเงิน มีเงินสด 12,000 บาท แหวนทองคำ หนัก 1 สลึง 1 วง และกุญแจรถจักรยานยนต์ รวมมูลค่า 23,000 บาท

Advertisement

โดยใช้เวลาเจรจาตกลงกัน และบันทึกยอมความกันประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง  ก่อนพากันออกมาข้างนอกห้อง ซึ่ง น.ส.ก้อย  ก็ยินดีถอนแจ้งความตามที่พูดผ่านสื่อเอาไว้ เพราะแม่ของนายวศกร  ยอมชดใช้ให้ทั้งหมด และนายวศกร  ก็สำนึกผิด ยอมรับผิด เพราะนำทรัพย์สินที่เก็บได้ไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษ น.ส.ก้อย ต่อหน้าตำรวจ ส่วนผลการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด และไม่ยอมบอกว่านำทรัพย์สินที่เก็บได้ไปใช้จ่ายอะไรบ้าง ก่อนพากันแยกย้ายกันกลับบ้าน และจะมาถอนแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอีกครั้ง