เหยื่อพลุกฐินบึ้ม กาฬสินธุ์ ดับเพิ่ม 2 รวม 4 ราย ตร.เร่งสอบ เปิดสาเหตุ ค้อนตอกทำชนวน
จากกรณีเหตุการณ์พลุยักษ์ใช้จุดงานฉลองบุญกฐินบ้านเก่าน้อย หมู่ 3 ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เบื้องต้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บหลาย โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้รวม 4 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย
วันที่ 26 ตุลาคม นายพุทธภูมิ นาชัยเริ่ม นายอำเภอกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายพูนเพิ่ม พรไตรศักดิ์ ปลัดอำเภอ นายปฏิพัฒน์ สีทอนราช ปลัดอำเภอ และสมาชิก อส. ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์พลุยักษ์งานบุญกฐินระเบิด เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกมลาไสย 2 ราย คือ นายประสาน วันชูเสริม อายุ 62 ปี และนายชาญชัย จิตราช อายุ 46 ปี อาการบาดเจ็บเป็นแผลเกิดจากสะเก็ดไฟทำให้ขาทั้งสองข้าง อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์
จากนั้นนายอำเภอกมลาไสย พร้อมคณะ เข้าให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์พลุระเบิดทั้ง 4 ราย ประกอบด้วยนายสถิตย์ ศรีพงษ์ยิ่ง อายุ 75 ปี เจ้าของพลุที่ระเบิด นายบุญช่วย คำมูลนาม อายุ 65 ปี นายเอกสิทธิ์ สีหา อายุ 35 ปี และนายสายัณห์ พัฒนสาร อายุ 45 ปี พร้อมกำชับให้ผู้นำชุมชนช่วยกันอำนวยความสะดวกในเรื่องจัดการศพ และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างเต็มที่
นายพุทธภูมิกล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสย ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยกู้ชีพกู้ภัย ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 2 ราย
ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลกมลาไสย 2 ราย รักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 2 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ 1 ราย
นายพุทธภูมิกล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า วันเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บได้นำพลุของนายสถิตย์ ที่ประกอบขึ้นและได้รับการว่าจ้าง ซึ่งขออนุญาตจุดถูกต้องตามกฎหมายมาเตรียมจุดในงานบุญกฐินที่บ้านเก่าน้อย จากนั้นได้มีการนำค้อนและตะปูมาตอกที่พลุจนเกิดประกายไฟทำให้พลุระเบิด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุทางนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่งดการจุดพลุ เน้นย้ำทุกอำเภอ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในช่วงงานบุญกฐิน ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 15 พฤศจิกายน 2567 พร้อมกำชับให้การช่วยเหลือและดูแลครอบครัวผู้บาดเจ็บ รวมทั้งการเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต
ขณะที่ในส่วนความคืบหน้าของคดีล่าสุด พ.ต.ท.ประพนธ์ ภูจอมนิล รอง ผกก.สอบสวน สภ.กมลาไสย พร้อมด้วย ร.ต.อ.บัญชา นาชัยฤทธิ์ ร้อยเวรเจ้าของคดี และทีมพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ได้เรียกสอบพยานแวดล้อม และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 5 ราย
เบื้องต้นทราบว่า วันเกิดเหตุนายสถิตย์ ซึ่งเป็นเจ้าของพลุ และกลุ่มผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตนำพลุมาเตรียมจุดในงานกฐิน แต่ระหว่างก่อนจุด นายสถิตย์ได้นำค้อนและตะปู มาตอกที่ปากกระบอกพลุ เพื่อเจาะทำชนวนแล้วเกิดประกายไฟขึ้น ทำให้พลุซึ่งมีขนาดความสูง 170 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ระเบิดเสียงดังสนั่น ทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย
ทั้งนี้ หลังรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำเสร็จแล้ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำโดยประมาทเป็นให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัสกับนายสถิตย์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเจ้าของพลุ และเป็นคนนำค้อนตอกตะปู และจะสรุปสำนวนดำเนินการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านนายประสาน อรุณรัตน์ ผญบ.บ้านแจ้ง หมู่ 7 ต.เจ้าท่า และนายสถิตย์ ศรีพงษ์ยิ่ง เจ้าของพลุ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ปกตินายสถิตย์มีอาชีพทำนา ส่วนการทำพลุนั้นเป็นเพียงอาชีพเสริม จะทำขึ้นเพื่อเอาไปร่วมงานบุญประเพณีเท่านั้น วันเกิดเหตุก็นำพลุที่ทำขึ้นไปจุดแล้วเกิดอุบัติเหตุระเบิดขึ้น ซึ่งต่อจากนี้ทางผู้นำชุมชนก็จะต้องช่วยเหลือในการจัดการงานศพ และช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะกำชับชาวบ้านไม่ให้จุดพลุ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำอีก

