รวบตัวหนุ่มแทงเพื่อนดับ ขณะออกมาซื้อของกิน หลังหนีกบดาน สารภาพโมโห ปมห้ามทะเลาะกับญาติ
จากกรณี เหตุเมื่อช่วงกลางดึกของ วันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา มีชายวัย 28 ปี ชื่อนายสุเทพ (ขอสงวนนามสกุล) หรือกอล์ฟ ถูกมีดแทงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณริมถนนสาย 333 หมู่ 4 ต.วังคัน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี โดยถูกแทงด้วยของมีคมหลายแผล ส่วนผู้ลงมือก่อเหตุ ได้หลบหนีไป ซึ่งทาง พ.ต.อ.ทัตเทพ เลิศลักษณ์มีพันธ์ ผกก.สภ.ด่านช้าง ได้ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ด่านช้าวง ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี ชุดสืบสวน ภาค 7 ได้สนธิกำลังออกติดตามผู้ต้องหารายนี้ หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีไป โดยทราบชื่อ ผู้ก่อเหตุ คือ นายสุชาติ (ขอสงวนนามสกุล) หรือชาติ อายุ 49 ปี บ.35 ม.9 ต.วังคัน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้ตายเป็นเพื่อนรักกัน โดยก่อนเกิดเหตุ นายสุชาติ (ผู้ต้องหา) ได้เข้ามาหาพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยอาการมึนเมา ก่อนจะเสียงดังโวยวายด่าทอทวงถามเรื่องเงินจนมีการโต้เถียงกันรุนแรง จากนั้นนายสุเทพ หรือกอล์ฟ (ผู้ตาย) ได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อมาตามนายสุชาติกลับไปดื่มสุรา เพราะว่าตั้งวงดื่มสุรากันอยู่ ทำให้นายสุชาติ (ผู้ต้องหา) ซึ่งกำลังมีอารมณ์โมโหพี่ชายและพี่สะใภ้ จึงชกต่อยกับผู้ตายและชักมีดแทงจนเสียชีวิต

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 27 ต.ค. พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล ผกก.สส.ภ.จว. สุพรรณบุรี, สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.ทัตเทพ เลิศลักษณ์มีพันธ์ ผกก.สภ.ด่านช้าง สืบสวน สภ.ด่านช้าง พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 7 สืบสวน สภ.ด่านช้าง และสืบสวน สภ.หนองหญ้าไซ ร่วมกันสืบสวนติดตามกล้องวงจรปิด เส้นทางการหลบหนี สอบพยาน
จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปทาง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี โดยใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยตำรวจชุดสืบสวนได้ออกติดตามอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีอยู่ในป่าไร่มันสำปะหลัง เขตติดต่อ อ.ด่านช้าง-อ.หนองหญ้าไซ และจับกุมได้ที่บริเวณร้านค้าแห่งหนึ่ง บริเวณหมู่บ้านบ่อทอง ม.3 ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ขณะผู้ต้องหาออกมาซื้อของกิน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเมาสุรา และโมโหที่ผู้ตายมาตามกลับขณะทะเลาะกับพี่ชายและพี่สะไภ้ จึงมีเรื่องวิวาทกับผู้ตายและชักมีดแทงจนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจได้นำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

