หน้าแรก ภูมิภาค เกษตรกร วัย72...

เกษตรกร วัย72 ปี วอนนักกม.ช่วย โดนฟ้องกลับแจ้งความเท็จ หลังแจ้งความลานมัน ค้างเงิน

28.10.24 | 14:53 น.

เกษตรกร วัย 72 ปี วอนนักกม.ช่วย โดนฟ้องกลับแจ้งความเท็จ หลังแจ้งความลานมัน ค้างเงิน

เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังวอนนักกฎหมายช่วยเหลือ หลังจากรวมตัวกันไปร้องทุกข์กับตำรวจว่าถูกร้านรับซื้อมันสำปะหลังไม่จ่ายเงินค่ามันกว่า 1 ล้านบาท แต่กลับได้รับหมายศาลระบุแจ้งความเท็จทั้งที่แค่ลงบันทึกประจำวัน พ้อเงินเก่ายังไม่ได้ยังต้องโดนฟ้อง ไม่มีเงินแม้จะเดินทางไปศาล

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกว่า 10 คนเดินทางไปร้องขอความช่วยเหลือกับ อบต.ชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังจากเกษตรกรจำนวน 12 คน ถูกลานรับซื้อมันสำปะหลังใน อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ฟ้องศาลกล่าวหาเกษตรกรว่า แจ้งความเท็จ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 เกษตรกรกลุ่มนี้ได้เดินทางไปที่ สภ.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์

เพื่อต้องการให้ตำรวจหาแนวทางช่วยเหลือ เนื่องจากถูกลานรับซื้อมันสำปะหลัง ใน อ.ปะคำ ไม่ยอมจ่ายเงินที่เกษตรกรนำมันมาขายให้คิดเป็นเงินรวมกว่า 1 ล้านบาท  ครั้งนั้นเกษตรกรแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าลานรับซื้อมันดังกล่าว รับซื้อมันในราคา กก.ละ 1.50 บาทหรือตันละ 1,500 บาทจ่ายเงินสดทันที แต่ถ้านัดจ่าย 3 เดือนจะให้ราคา กก.ละ 3 บาทหรือตันละ 30,000 บาท เกษตรกรส่วนใหญ่ยอมกัดฟันเลือกเอา กก.ละ 3 บาท

แต่เมื่อถึงวันนัดจ่ายเจ้าของลานมันบ่ายเบี่ยงจะให้เกษตรกรเลือกเอาปุ๋ย แม่วัว หรือเลือกเอาสินค้าที่ลานมันเอามาจำหน่ายแทนการจ่ายเงินสด แต่เกษตรกรไม่เอา เกษตรกรจึงไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจ โดยได้มีการลงบันทึกประจำวันเอาไว้

Advertisement

นายสะอิ้ง สืบชาติ อายุ 72 ปี ชาว ต.ชุมแสง อ.นางรอง หนึ่งในเกษตรกรที่เดือดร้อน บอกว่าตนจะได้เงินจากขายมันกว่า 100,000 บาท เป็นเงินสำหรับต่อยอดการทำเกษตร แต่กลับไม่ได้ยอมรับว่าเดือดร้อนไม่มีทางออกจึงไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.ปะคำ แต่กลับโดนฟ้องว่า “แจ้งความเท็จ” ยอมรับว่าเสียใจ ทำการเกษตรลำบากอยู่แล้วยังต้องมาถูกเบี้ยวจ่าย และถูกฟ้องซ้ำอีก จึงอยากจะให้นักกฎหมายที่ใจบุญมาช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีเงินแม้จะเดินทางไปขึ้นศาล

ด้านนายจักร์กฤษ ร่วมกูล ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.นางรอง กล่าวว่า ตอนนี้ได้มารับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านเอาไว้แล้ว เบื้องต้นมีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนในหลายตำบล ที่ผ่านมาเกษตรกรได้มาปรึกษาขอความช่วยเหลือกับทางอำเภอแล้ว กรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอาญาหรือไม่ ทั้งนี้ ได้ประสานกับพนักงานสอบสวนเอาไว้แล้ว โดยจะเอาเอกสารทั้งหมดไปขอความช่วยเหลือกับอัยการคุ้มครองสิทธิ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือต่อไป