หน้าแรก ภูมิภาค ชาวตากใบสิ้นห...

ชาวตากใบสิ้นหวัง จับไม่ได้สักคน จนคดีหมดอายุความ เผยจ่อหารือส่งฟ้องศาลโลก นำคนผิดมารับโทษ

28.10.24 | 17:22 น.

ชาวตากใบสิ้นหวังความยุติธรรมหลังคดีปิดฉาก อาจส่งเรื่องศาลต่างประเทศลากคนผู้ทำผิดมาลงโทษ

เรื่องความคิดเห็นที่จะเอามาใช้ปรับปรุงกฎหมายอายุความคดีที่มีความสำคัญเพื่อนำไปพิจารณาสภานิติบัญญัติต้องมาถกกันว่า ความผิดที่เป็นความผิดรุนแรงบางเรื่องต้องมาดูที่อายุความว่าไม่ต้องมีอายุความหรือไม่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม ศาลจังหวัดนราธิวาสอ่านคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ อ1516/2567 ระหว่าง น.ส.ฟาดีฮะห์ ปะจูกูเล็ง กับพวกรวม 48 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ซึ่งศาลนัดประชุมพิจารณาคดีในวันนี้ หลังจากในวันที่ 25 ตุลาคม 2547 อดีตข้าราชการระดับสูง 7 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม ซึ่งศาลได้ออกหมายจับ และคดีหมดอายุความไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ยังคงไม่สามารถจับกุมจำเลยทั้ง 7 คน

ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 จำเลยที่ 3 พลเอกเฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร อดีตผู้บัญชาการผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส จำเลยที่ 4 พลตำรวจเอกวงกต มณีรินทร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จำเลยที่ 5 พลตำรวจโทมาโนช ไกรวงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 จำเลยที่ 6 พลตำรวจตรีศักดิ์สมหมาย พุทธกูล อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส จำเลยที่ 8 นายศิวะ แสงมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเลยที่ 9 นายวิชม ทองสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

Advertisement

 

ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี เนื่องจากคดีขาดอายุความ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) เหตุที่ศาลมีคำสั่งจำหน่าย คดีแทนพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 วรรคหนึ่ง เพราะตามบทบัญญัติดังกล่าว เป็นกรณีที่ปัญหาเรื่องคดีขาดอายุความ ปรากฏต่อศาลในชั้นทำคำพิพากษาและคำสั่ง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป แต่คดีนี้ จำเลยทั้ง 7 คน ไม่เคยเข้าสู่การพิจารณา แต่หลบหนีจนคดีขาดอายุความ ไม่สามารถดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไปได้ ต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

ด้าน นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ สภาทนายความ ในฐานะทนายฝ่ายโจทก์ เปิดเผยว่า มีคำถามของประชาชนเราสามารถไปฟ้องศาลโลกได้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ร้ายแรง เป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ คน 85 คนไม่ใช่เรื่องธรรมดา ซึ่งการที่จะใช้ศาลพิเศษ หรือที่เรียกกันว่าศาลอาชญากรสงคราม ซึ่งเกิดในกรณีที่เกิดสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็เคยมี เรื่องความคิดเห็นที่จะเอามาใช้ปรับปรุงกฎหมายอายุความคดีที่มีความสำคัญเพื่อนำไปพิจารณาสภานิติบัญญัติต้องมาถกกันว่า ความผิดที่เป็นความผิดรุนแรงบางเรื่องต้องมาดูที่อายุความว่าไม่ต้องมีอายุความไหม

นายรัษฎากล่าวว่า ซึ่งผมและผู้พิพากษารวมทั้งคณะที่นั่งฟัง ซึ่งผมว่าท่านพูดได้ดี ซึ่งบอกว่ามีกระบวนการไต่สวนมูลฟ้อง ไม่มีพยานหลักฐานจนศาลเชื่อมีมูลที่อาจจะมีส่วนที่จะกระทำความผิด ดังนั้นศาลรับฟ้อง ศาลใช้คำสั่งออกมาคือการจำหน่ายคดี โดยไม่ได้พิพากษายกฟ้อง โดยผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เสนอความเห็นเกือบจะขาดอายุความ ซึ่งคุณทำอะไรอยู่ตั้งนาน เมื่อคุณเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมาย แล้วสำนวนคดีที่คุณเสนอไปเห็นควรไม่สั่งฟ้อง คนเสียชีวิต 78 คน มีรายงานการชันสูตรพลิกศพ การเสียชีวิตที่เกิดจากการขาดอากาศหายใจจากการถูกกดทับ ภาพของการขนย้ายคนไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารมีลักษณะการอยู่บนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง

“ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการบังคับบัญชากำกับดูแลโดยนายกรัฐมนตรี รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี โดยต้องมีการสั่งการตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน ซึ่งสำนวนพึ่งมาตั้งสำนวนตอนอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งได้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ชอบ ซึ่งต้องมาดูกันว่าความเพิ่งจะมาปรากฏหลังจากที่ราษฎรได้มีการยื่นฟ้องคดี ซึ่งอายุความแห่งมาตราแห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กำลังจะเริ่มต้น ต้องมีการย้อนไปดู ซึ่งไม่ใช่ว่าคดีขาดอายุความแล้วทุกอย่างจบตามสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ของรัฐบาล ต้องมีการกลับไปทบทวน” นายรัษฎากล่าว

นายรัษฎากล่าวว่า โดยผู้ต้องหาทั้ง 8 คนมีข้าราชการที่ถูกออกหมายจับ เมื่อข้าราชการขาดราชการถูกออกหมายจับ คุณต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ต้องมีการพิจารณา สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่ที่เกษียณไปแล้วได้รับบำเหน็จหรือบำนาญทุกๆ เดือน แต่กลับหันหลังให้กระบวนการยุติธรรมไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยท่านถูกออกหมายจับ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปพิจารณาแล้วว่าบำเหน็จบำนาญของท่านนั้นที่ท่านยังรับอยู่เอามาคืนให้กับงบประมาณแผ่นดิน เพราะงบประมาณแผ่นดินจ่ายเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียหาย เอามาจากภาษีอากรของประชาชน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สำหรับวันนี้ นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ฝ่ายความมั่นคง มาติดตามดูแลความสงบเรียบร้อย บริเวณภายในศาลด้วยการขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน จ.นราธิวาส เนื่องจากจะมีญาติและมวลชนจำนวนหนึ่งได้ดินทางมาให้กำลังใจ ในการป้องกันสกัดกั้นเหตุต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากมือที่ 3

นายมูฮำมะซาวาวี อุเซ็ง 1 ในทายาทของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ กล่าวภายหลังร่วมรับฟังคำแถลงจำหน่ายคดีเหตุการณ์ตากใบ เนื่องจากหมดอายุว่า เป็นเรื่องที่คิดกันมาแล้ว แต่ก็รู้สึกเสียใจมากๆ กับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการออกหมายจับเท่ากับว่ามีคนแต่ก็ไม่สามารถนำคนผิดมารับผิดชอบกับสิ่งที่พวกเขาทำลงไปได้ ซึ่งหลายคนคิดว่าการติดตามจับกุมละหลวม ละเลย เพราะเป็นไปยากที่ทุกคนไม่สามารถควบควมคุมตัวมาได้พร้อมกันหมด และที่ยิ่งเสียใจอีกอย่าง คือการที่ศาลกลับมาสอบถามพวกโจทก์ว่าทำไมถึงมายื่นฟ้องตอนนี้ ทั้งที่ทั้งหมดมันคือกระบวนการของภาครัฐ ควรกลับไปที่หน่วยงานภาครัฐด้วย หรือควรเร่งรัดคดีความสำนวนจากพนักงานสอบสวนตั้งแต่แรก

นายมูฮำมะซาวาวี อูเซ็ง กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ในความเสียใจนั้น ก็ยังรู้สึกขอบคุณศาลที่ยังชี้แนะถึงการดำเนินการหลังจากนี้ เพื่อให้ได้มาซิ่งความยุติธรรม โดยจะต้องมีการปรึกษาทนายและเดินหน้าให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตามการเดินเส้นทางกระบวนการยุติธรรมครั้งนี้ก็สามารถทำให้เป็นบรรทัดฐานในเรื่องของความไม่ยุติธรรมที่เจ้าหน้าที่ทำกับประชาชนได้ และชี้ให้เห็นกระบวนการยุติธรรมเกิดได้ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องจากประชาชน ทั้งจากพนักงานสอบสวนถ้าไม่ล่าช้า ก็จะมีเวลาดำเนินคดีมากกว่านี้ อัยการเองก็สามารถใช้อำนาจเร่งรัดติดตามคดีได้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

นายหะยีดิ้ง มัยเซ็ง หรือ แบดิง เป็นโจทก์ในการยื่นฟ้องคดีตากใบ ซึ่งถูกยิงจากเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวว่า วันนี้ ตั้งใจมาฟังคำแถลงของศาล ซึ่งส่วนตัวทราบแล้วว่าไม่มีการควบคุมตัวหรือจำกุมผู้ต้องหา 7 รายได้แต่อย่างใด ซึ่งก็ยังคงตั้งใจมาฟังคำแถลง แต่เสียใจที่ไม่มีใครมารับผิดกับการกระทำของตัวเอง แต่ลึกๆ ก็ยังมั่นใจกระบวนการยุติธรรมว่าถึงแม้ไม่สามารถควบคุมตัวมาได้แต่ก็มีการออกหมายจับนั่นคือมีความผิดจริงถึงดำเนินการมาถึงการออกหมายจับ

นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาติดตามรับฟังคำแถลงของศาลจังหวัดนราธิวาส เกี่ยวกับการประชุมพิจารณาคดีตากใบ ซึ่งแนวโน้มน่าจะมีการจำหน่ายคดีเนื่องจากหมดอายุความ โดยครั้งนี้น่าจะมีการจำหน่าย ซึ่งทางทนายและโจทก์ก็จะต้องหาทางดำเนินการในแนวทางอื่นต่อไป

นายรอมฎอนกล่าวด้วยว่า ในกระบวนการของ ส.ส.นั้น ก็จะมีการเสนอญัตติเร่งด่วนเพื่อให้พิจารณากระบวนการยุติธรรมในพื้นที่เพื่อให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเสนออายุความในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และเพื่อเป็นการการันตีว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่อีก นอกจากนี้ มีการเตรียมเสนอเกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศด้วย ซึ่งจะมีการเสนอเข้าอนุกรรมาธิการด้านกฎหมายต่อไป