ศาลอุทธรณ์ เลื่อนนัดพิพากษา คดีเตี้ย มช. 13 ม.ค. 68 แฟนคลับมั่นใจ จำเลยได้รับโทษสูงสุด
กรณี เตี้ย มช. สุนัขพันธุ์ทางแสนรู้ ขวัญใจนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ถูก ส.ต.ท.ปริญญา สังกัด ตชด.พื้นที่ จ.เชียงใหม่ พาตัวออกไปจาก มช. ก่อนพบซากศพเจ้าเตี้ยถูกทิ้งอยู่ริมถนน ย่านช้างเคี่ยน หลังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เหตุเกิดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2563 ต่อมาตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้จับกุม ส.ต.ท.ปริญญา และนำตัวส่งฟ้องศาล จ.เชียงใหม่ กระทั่งศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุกจำเลย เป็นเวลา 6 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่จำเลยใช้สิทธิอุทธรณ์ โดยขอประกันตัวออกไปในวงเงิน 150,000 บาท และศาลอุทธรณ์ได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ตุลาคม 2567
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแฟนคลับเตี้ย มช.พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ เดินทางมารวมตัวที่หน้าศาล จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรอฟังคำตัดสินคดีเตี้ย มช. พร้อมนำป้ายไวนิลภาพถ่ายเตี้ยมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย

นางภูริตา วัฒนศักดิ์ หัวหน้ากฎหมาย และประธานมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ประเด็นอุทธรณ์คดีนี้มีจำนวนมาก ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายจำเลย ศาลอุทธรณ์พยายามมากแล้วที่จะให้แล้วเสร็จในวันนี้ แต่สุดท้ายไม่ทัน จึงได้เลื่อนการตัดสินไปเป็นวันที่ 13 มกราคม 2568 ไม่แปลกใจที่มีการเลื่อน ทางเรารู้ดีอยู่แล้ว เรื่องสำนวนการฟ้องอุทธรณ์ซึ่งแน่นหนาและละเอียดมาก ไม่สามารถทำละเอียดมากกว่านี้ได้อีกแล้ว ถ้าศาลเห็นว่าละเอียดมากพอที่จะพิจารณาเพิ่มก็รู้สึกดีใจมากด้วยซ้ำ เพราะศาลให้ความสำคัญในประเด็นที่เราฟ้องไป ทั้งเรื่องของการเพิ่มโทษการทารุณกรรมสัตว์ และขอให้พิจารณาประเด็นการลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เพราะต้องพิจารณาว่าเตี้ยเป็นสุนัขที่มีเจ้าของ หรือมีผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เจ้าของที่เลี้ยงดู หรือกลุ่มแฟนคลับเพจเฟซบุ๊กเตี้ย มช. ที่ระบุว่าเตี้ยเป็นสุนัขของชุมชน ตรงกับความหมายของเจ้าของสัตว์ตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ปี 2557 เพราะความหมายของเจ้าของสัตว์คือผู้ครอบครองหรือผู้ดูแล ซึ่งโทษการทารุณกรรมสัตว์ได้พิจารณาแล้ว เหลือการพิจารณาโทษในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนที่ต้องชี้ให้เห็นว่าเตี้ยเป็นสุนัขมีเจ้าของหรือผู้ดูแล

ขณะที่วันนี้ อัยการศาลสูงได้ดำเนินการให้อย่างดี เราจึงมีความหวังมาก แต่จะเลื่อนออกไปอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไร เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาอย่างครบถ้วนเราก็ยินดี ซึ่งการทารุณกรรมสัตว์ไม่ได้มีแค่ข้อหาการทารุณกรรมสัตว์อย่างเดียว แต่มีข้อหาที่เป็นกฎหมายอาญาเพิ่มด้วย ซึ่งคดีทารุณกรรมสัตว์ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นความจริง เหลือแต่การพิสูจน์เรื่องว่าพี่เตี้ยเป็นสัตว์มีเจ้าของ โดยมีนายสมศักดิ์ เจ้าของเป็นผู้ดูแลมาตั้งแต่แรก ส่วนเพจเตี้ย มช.ได้รับมาดูแลต่อในฐานะสุนัขชุมชน ก็หมายความว่า เตี้ยมีผู้ดูแลและตรงกับความหมายของกฎหมาย จึงรอเรื่องของข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งโทษสูงกว่าการทารุณกรรมสัตว์
ด้าน น.ส.รุ้งนภา ชยุติมันต์กุล แฟนคลับของพี่เตี้ย มช. เปิดเผยว่า ความคาดหวังในครั้งนี้คือการบังคับใช้กฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ ในเมื่อมีกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์มาตั้งแต่ปี 2557 แต่ช่วง 10 ปีมานี้มีการทารุณกรรมสัตว์เกิดขึ้นทุกวัน และกรณีนี้เป็นเหตุจงใจและเจตนาฆ่าพี่เตี้ย มีการวางแผนล่วงหน้า จึงอยากให้เป็นคดีตัวอย่างในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นว่ากฎหมายสามารถปกป้องคุ้มครองสัตว์ได้อย่างแท้จริง

“ก่อนหน้านี้ศาลได้ตัดสินโทษกับผู้กระทำความผิดจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เป็นการตัดสินของศาลชั้นต้น แต่ทางเราได้อุทธรณ์ต่อเพื่อขอเพิ่มโทษเพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และพี่เตี้ยก็ทำประโยชน์ให้กับสัตว์จรจัดและสัตว์ที่อาศัยอยู่ใน มช. จนมีเม็ดเงินบริจาคเข้ามาช่วยสนับสนุนการดูแลสุนัขจรจัดจำนวนมาก เรามั่นใจมากเรื่องของการต่อสู้ด้านคดี เพราะกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ไม่เพียงแต่เจ้าของ เพราะตามกฎหมายคำว่า เจ้าของ ในเรื่องของการทารุณกรรมสัตว์คือผู้ดูแลด้วย และทุกคนทราบว่าเพจเตี้ย มช.เป็นผู้ดูแลสุนัขตัวนี้มาโดยตลอด จึงมีชื่อและนามสกุลว่า เตี้ย มช. เป็นที่รับรู้ในทางสาธารณะโดยทั่วไปกันว่าเตี้ยเป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ จึงคาดหวังอยากให้ผู้ต้องหาได้รับโทษสูงสุด คือ จำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท ส่วนคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนก็ขึ้นกับศาลจะพิจารณาโทษกับผู้ต้องหารายนี้ต่อไป


