หน้าแรก ภูมิภาค เทศบาลเกาะสมุ...

เทศบาลเกาะสมุย แจ้งดำเนินคดีเจ้าของวิลล่าหรู 11 หลัง ฐานขวางจนท.เข้าพื้นที่

30.10.24 | 14:08 น.

เทศบาลเกาะสมุย แจ้งดำเนินคดีเจ้าของวิลล่าหรู 11 หลัง ฐานขวางจนท.เข้าพื้นที่

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย มอบอำนาจให้ นายพัลลภ มีเพียร นิติกรชำนาญการ เทศบาลนครเกาะสมุย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ให้ดำเนินคดีกับบริษัทเจ้าของอาคารวิลล่า พื้นที่หมู่ 3 ต.มะเร็ต และทนายความของบริษัท ฐานขัดขวางการปฏิบัติงานเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ในการเข้ารื้อถอนอาคาร ที่ก่อสร้างโดยผิดกฎหมาย

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม เทศบาลนครเกาะสมุย โดยนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ได้มอบหมายให้นายพัลลภ มีเพียร ตำแหน่ง นิติกรชำนาญการ พร้อมด้วย นายสุริยา ศึกชะชาติ ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ ในฐานะนายตรวจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างของบริษัท บีเอช 2 บราเธอร์ส จำกัด (โครงการอาริยะเรส ซิเด้นท์) ตั้งอยู่พื้นที่ ม.3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวมี ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ ผู้อำนวยกาส่วนสอบสวน4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐและทำละทำลายทรัพยากรธรรมชาติ กอ.รมน. ภาค4 พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ่อผุด เข้าร่วมดำเนินการการรื้อถอนอาคารตามอำนาจหน้าที่ ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารตามอำนาจหน้าที่ได้ เนื่องด้วยบริษัทฯ ได้ปิดประตูสังกะสีล๊อคกุญแจปิดกั้น พร้อมปิดป้ายที่ดินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก และมอบหมายให้ทนายความมาขัดขวางและไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายเข้ารื้อถอนอาคารดังกล่าว

เทศบาลนครเกาะสมุย โดยนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของบริษัทฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการกระทำความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ฐานขัดขวางการปฏิบัติงานเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จึงมีความประสงค์จะร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีอาญากับบริษัทฯ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด

โดยเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 17.21 น. ร.ต.อ.ศิรชัช กามูณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ่อผุด ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษคดีดังกล่าวไว้ตามคดีอาญาที่ 760/2567 และได้ทำการสอบสวนปากคำของนายพัลลภ มีเพียร ผู้กล่าวหาในคดีนี้เอาไว้แล้ว จะได้ดำเนินการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

สำหรับเทศบาลนครเกาะสมุย ได้มีการเข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนโครงการอาริยะเรส ซิเด้นท์ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 จากข้อมูลการตรวจสอบพบว่า โครงการอาริยะเรส ซิเด้นท์ ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารในนามบริษัท บีเอช 2 บราเธอร์ส จำกัด เป็นเจ้าของอาคาร โดยทำการก่อสร้างอาคารในพื้นที่สีเหลือง 1.14 (เดิม) และพื้นที่สีเหลือง 1.15 (เดิม) บริเวณที่ 3 (1) และบริเวณที่ 3 (2) ในโฉนดที่ดินเลขที่ 36528 ม.3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยขออนุญาตก่อสร้างแบ่งเป็น 9 ใบอนุญาตก่อสร้าง จากการเข้าตรวจสอบอาคารมีความผิดในเรื่อง การก่อสร้างเป็นอาคารติดกันรวมเป็นหลังเดียวโดยไม่มีระยะถอยร่นระหว่างอาคารที่ขออนุญาต อาคารมีความสูงเกิน 6 เมตร และพื้นที่ของหลังคาเป็น SLAB เกินร้อยละ 20 ซึ่งเป็นการก่อสร้างผิดไปจากที่อนุญาต เป็นการกระทำความผิดมาตรา 40 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จึงออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างดัดแปลง เคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง (แบบ ค.5) คำสั่งห้ามใช้อาคารที่อาจเป็นภยันตรายตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง (แบบ ค.6) และคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขและให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างตามมาตรา 43 วรรคหนึ่ง (แบบ ค.12)

และทางบริษัทเจ้าของโครงการไม่ได้มีการแก้ไขอาคาร และยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จนเข้าสู่กระบวนการดำเนินการบังคับใช้มาตรการบังคับทางปกครองกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ตามความในมาตรา43(2) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ต่อผู้ฝ่าฝืน เพื่อให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองเข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารตามความในมาตรา42 และมาตรา 43 วรรคสาม โดยไม่ต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา43(1) แห่งพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522