หน้าแรก ภูมิภาค ไวยาวัจกร ร้อ...

ไวยาวัจกร ร้องศูนย์ดำรงธรรม สอบ ผู้ใหญ่บ้านหญิง-ผัว ชี้หน้ากล่าวหาว่าเป็น ปอบ

30.10.24 | 17:32 น.

ไวยาวัจกร ร้องศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบ ผู้ใหญ่บ้านหญิง-ผัว ชี้หน้ากล่าวหาว่าเป็น ปอบ เปิดปมขัดแย้งเรื่องทุจริตเงินวัด

กรณีนายจงรัก อายุ 61 ปี ไวยาวัจกร วัดศรีชมชื่น บ้านถิ่น หมู่ 5 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี แจ้งความจับ “เซียงข้อง” คนทำพิธีเสี่ยงทายของหมู่บ้าน หรือ นายอรุณ ซึ่งเป็นสามี นางสงกรานต์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านถิ่น หมู่ 5 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ในพิธีจับปอบภายในหมู่บ้านและวัดศรีชมชื่น ชี้หน้าและใช้ไม้ง่ามบีบคอ กล่าวหาว่าเป็นปอบ ตัวกาลีบ้านกาลีเมือง ตัวจัญไร อัปรีย์ ซึ่งทำให้ได้รับอับอาย และได้รับบาดเจ็บ โดยมีคลิปขณะโดนกระทำและกล่าวหา เป็นหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.กุดจับ ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เหตุเกิดเช้าวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านนั้น

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายจงรัก อายุ 61 ปี เดินทางไปศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกุดจับ จ.อุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนพฤติกรรม เซียงข้อง ซึ่งเป็นสามีนางสงกรานต์ กล่าวหาว่าตนเป็นปอบ ตัวกาลีบ้านกาลีเมือง ทำให้ตนอับอายขายหน้า ทำให้เสียชื่อเสียงต่อสาธารณชนนับ 100 คน โดยมีคลิปขณะเกิดเหตุเป็นหลักฐาน และยังได้ร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านและสามี มีพฤติกรรมทุจริตเงินกองกลางวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม รับหนังสือแทนนายหมวดโทอุทร เปรี้ยวปรี ปลัดอำเภอ งานศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกุดจับ ซึ่งออกพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุน้ำท่วมที่ ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ

นายจงรักได้เปิดเผยว่า หลังแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ตนได้มาร้องเรียนขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.กุดจับ มีผู้ไปทำการไล่ปอบภายในวัด และมาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง อับอายขายหน้า เสื่อมเสียชื่อเสียง ขาดเสรีภาพในวันนั้น ต่อหน้าบุคคลเป็น 100 คน จึงมาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมให้ตรวจสอบพฤติกรรมบุคคลดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีเรื่องการทุจริตโกงเงินวัด เงินบุญประจำปีที่ไปเรี่ยไรมาทุกปี จะมาปรับปรุงทาสีโบสถ์ ผูกพัทธสีมา ยังไม่เห็นทำเลย เมื่อเสร็จงานบุญก็เอาเงินวัดไปถือไว้ พอครบปีคณะกรรมการวัดถามหาเงินก็บอกว่าเงินหมดแล้ว จึงคิดว่าเป็นข้อขัดแย้ง ทำให้ใช้จ่ายเงินไม่สะดวก มีคนถามหาเงินวัด ซึ่งเป็นเงินหลายหมื่น จึงเป็นสาเหตุทำให้มาทำร้ายให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่ให้มีหน้าที่ ไม่ให้เข้ามาในสังคม จึงฉวยโอกาสเป็นร่างทรงเซียงข้องไม่รู้เรื่อง ตนคิดว่าเป็นการอาฆาตพยาบาท

Advertisement

“มีเรื่องกล่าวหากัน 2 เรื่อง เรื่องทุจริตเงินวัด และเงินเช่าที่วัดเพื่อติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ ปีละ 2 หมื่นบาท มาประมาณ 7-8 ปี กับผู้ใหญ่บ้านคนเก่า ต่อมานางสงกรานต์เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อ สัญญาว่าจะเอาเงินเข้าบัญชีวัด แต่พอเป็นแล้วก็ไม่เอาเข้าบัญชี นำเงินไปใช้ หลังเกิดเหตุ คู่กรณีที่กล่าวหาว่าตนเป็นปอบ ก็ไม่เข้ามาพูดคุย ตนก็ไปวัดเหมือนเดิมก็มองหน้าเฉยๆ ชาวบ้านบางคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะตนไม่เคยเป็น เพราะไม่ได้เรียนวิชาอาคม เป็นการขัดแย้งกัน แต่คนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันก็เชื่อ ก็เชื่อเพราะหาเรื่องตนอยู่แล้ว คนมีวิจารณญาณดีก็ไม่เชื่อ เป็นการกลั่นแกล้ง ทำลายทำให้เสียชื่อเสียง”

ส่วนเรื่องคดีความ ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวัน แนะนำให้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมด้วย เพื่อช่วยกันตรวจสอบอีกแรง ซึ่งตำรวจได้นัดตนวันที่ 31 ตุลาคม ให้นำพยานมาสอบปากคำ และให้นำใบไวยาวัจกรมาด้วย ตนจึง อยากฝากทางตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่อยากให้คนกระทำลอยนวล เพราะผู้กระทำเป็นผัวผู้ใหญ่บ้าน มีเส้นสาย อยากให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด