เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบาย เพิ่มผันเข้าทุ่ง เก็บน้ำไว้สู้ภัยแล้ง
วันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด ที่เขื่อนเเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลงสู่ลุ่มภาคกลาง ได้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ โดย ลดอัตราการ
ระบายน้ำลงท้ายเขื่อน และเพิ่มการผันน้ำเข้าทุ่ง 2 ฝั่ง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูแล้ง ที่จะมีปริมาณฝนน้อยลง และคาดว่าจะเกิดสถานการณ์ภัยแล้งขึ้น จึงจำเป็นต้องสงวนน้ำไว้เหนือเขื่อนและทุ่งแก้มลิงเป็นน้ำต้นทุนของปี 2568

เมื่อตรวจสอบปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด วัดได้ 1,588 ลูกบาศเมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับลดการระบายน้ำลงจากเดิม 1,500ลบ.ม./วินาที ลงไปที่อัตรา 1,402ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัวในรอบ12ชม.ล่าสุดวัดได้ 16.07ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนลดระดับลง 20ซ.ม.ในรอบ12ชม. วัดได้ 12.47ม.รทก. โดยได้มีการปรับเพิ่มการผันน้ำเข้าทุ่งแก้มลิงทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยฝั่งตะวันออก ทุ่งเชียงราก ผันน้ำรวม 228 ลบ.ม./วิ และฝั่งตะวันตก ทุ่งสุพรรณบุรี รวม 213ลบ.ม./วินาที

ซึ่งการปรับลดอัตราระบายน้ำลงไปที่อัตรา 1,402ลบ.ม./วินาที ของเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลดีต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไล่ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมคลองโผงเผง จ.อ่างทอง และริมคลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ระดับน้ำจะลดลง 10-20ซ.ม.ใน24 ชม. ข้างหน้า

