คุมตัวนักเที่ยว 96 ราย ฉี่ม่วง ในผับดัง ส่งบำบัดต่อ ผู้ว่าฯเร่งสอบ หากผิดจริง สั่งปิดสถานประกอบการทันที
จากกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองบัญชาการรักษาดินแดน กว่า 80 นาย ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดจันทบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจันทบุรี และ สภ.เมืองจันทบุรี เข้าทำการตรวจสอบจับกุมสถานประกอบการแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ถนนท่าแฉลบ ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น
ผลจากการเข้าตรวจสอบสถานบริการทั้ง 2 แห่ง พบนักเที่ยวกว่า 800 คน กำลังสนุกสนานกับคืนฮาโลวีน โดยเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจค้น ส่งผลทำให้นักเที่ยวทิ้งยาเสพติดเกลื่อนพื้น และพยายามหลบหนี จึงควบคุมตัวตรวจปัสสาวะ พบนักท่องเที่ยววัยรุ่นชายหญิงมีสารเสพติด จำนวน 96 ราย โดยเป็นชาย 59 ราย และหญิง 37 ราย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 5 ราย อยู่ในสถานบันเทิงดังกล่าวอีกด้วย
ความคืบหน้าวันนี้ ตำรวจได้คุมตัวนักท่องเที่ยววัยรุ่นชาย-หญิง ทั้ง 96 ราย มายัง สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อทำการพิมพ์ลายนิ้วมือทำบันทึกประวัติการจับกุม จากนั้นได้ทยอยนำตัวขึ้นรถตู้ นำตัวส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรีเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษา ซึ่งเป็นความสมยอมของผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ประกันตัวออกไป


ในส่วนของสถานบันเทิง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมแจ้งข้อหากล่าวหากับผู้ประกอบการคือ เป็นผู้ได้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ, ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้นเข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ, ไม่ตรวจเอกสารราชการที่มีภาพถ่ายและระบุอายุของผู้ซึ่งเข้าไปในสถานบริการ, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร
อีกทั้งการกระทำของสถานบริการดังกล่าวยังเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 เตรียมเสนอ ผวจ.จันทบุรี สั่งปิดสถานที่เป็นเวลา 5 ปี ขณะนักเที่ยวที่ถูกคุมตัวมา สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อทำประวัติและเตรียมเข้ารับการบำบัดจำนวนทั้ง 96 คน ก่อนเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ประกันตัวออกไป

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับนายกิตติพงษ์ กิติคุณ นอภ.เมืองจันทบุรี ให้ข้อมูลว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนว่าในพื้นที่ อ.เมือง มีสถานบริการแห่งหนึ่งที่มีการปล่อยปละละเลยให้นักเที่ยวใช้สารเสพติดภายในสถานบริการ จึงขอให้กรมการปกครองทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว
หลังรับแจ้งชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองจึงได้ส่งสายลับเข้าทำการสืบสวน ปรากฏข้อมูลว่า ทางร้านไม่มีการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนของนักเที่ยวก่อนให้เข้าใช้บริการ รวมถึงปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ยาเสพติดภายในร้าน


โดยในส่วนของการสั่งปิดสถานบริการทั้งสองแห่งนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้หากการตรวจสอบพบว่าสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่งมีการกระทำผิดจริง ทางจังหวัดจะดำเนินการตามมาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งปิดกิจการสถานบริการนั้นๆ ตามที่กรมการปกครองเสนอมา แต่ทั้งนี้ทางฝั่งของผู้ประกอบการยังสามารถนำหลักฐานมายื่นคำร้องขออุทธรณ์ได้เช่นกัน

