ตำรวจชุดสืบเชียงคำ ไล่ล่าผู้ก่อเหตุยกเค้ารีสอร์ตนายก อบต. จับได้คาสวนยาง รับสารภาพหมดเปลือก ด้านนายก อบต.เผยคงต้องให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ใครขอก็ให้ไม่ได้
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ต.ท.จีรวัฒน์ ปานสมบัติ รอง ผกก.สภ.เชียงคำ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เชียงคำ สั่งการให้ พ.ต.ท.คม เชษฐ์ขุนทด รอง ผกก.สส.สภ.เชียงคำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชียงคำ ออกไล่ล่าผู้ก่อเหตุบุกยกเค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในรีสอร์ตแห่งหนึ่งของนางเทียมจันทร์ นายก อบต.น้ำแวน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
โดยเรื่องมาแดงเมื่อวานตอนเช้า (31 ตุลาคม) ซึ่งผู้ดูแลรีสอร์ตจะเข้ามาตัดหญ้า แต่พบว่าประตูเปิดอยู่หลายห้อง จึงเดินสำรวจพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ ทั้งพัดลม ทีวี แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น รวมทั้งสายไฟถูกรื้อหายเกลี้ยง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาแกะรอยไล่ล่า 1 วัน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วคือนายนิติพงษ์ หรือเต้ อายุ 32 ปี ชาว ต.ทุ่งผาสุก อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในสวนยางพาราพื้นที่ ต.ทุ่งผาสุก เมื่อนำตัวตรวจหาสารเสพติดพบว่านายนิติพงษ์ปัสสาวะเป็นสีม่วง ก่อนคุมตัวไปสอบสวน
พ.ต.ท.คมเปิดเผยว่า หลังจากมีการแจ้งความร้องทุกข์เข้ามา จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแกะรอยรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญที่จะสามารถชี้ตัวผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน โดยพยานวัตถุที่สำคัญคือซองพัสดุที่จ่าหน้าถึงผู้ต้องหา วันนี้สามารถจับกุมตัวได้ ทีมของตนนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนและตรวจสอบตามจุดต่างๆ ของรีสอร์ตเบื้องต้น พบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการถูกรื้อและแกะออก ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่าทำจริง
พ.ต.ท.คมระบุว่า ของที่แกะส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ รวมทั้งสายไฟ นำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าใน อ.ภูซาง เงินที่ได้มาส่วนหนึ่งจะใช้จ่าย รวมทั้งซื้อยามาเสพด้วย ทั้งนี้ จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่าห้องหมายเลข 3 เป็นที่กบดาน รวมทั้งเป็นที่แยกชิ้นส่วนต่างๆ ที่ยกเค้ามาได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าภายในห้องดังกล่าวมีการซุกซ่อนยาบ้า 4 เม็ด รวมทั้งเครื่องมือที่จะงัดแงะแกะเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย

นายนิติพงษ์เล่าว่า ไม่ทราบเลยเป็นรีสอร์ตของนายก อบต.น้ำแวน เพราะขับรถผ่านไปมาบ่อยครั้งจึงสบโอกาสเข้ามาดู ไม่รู้ว่าข้างในห้องพักมีเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงงัดแงะดูก็เห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ ก่อนจะยกเค้าทั้งหมด รวมทั้งชำแหละเอาไปขายในร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ อ.ภูซาง
ด้านนางเทียมจันทร์เปิดเผยว่า ปิดรีสอร์ตตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 แล้ว คิดว่าหากย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าไปติดตั้งที่หอพักคงไม่คุ้ม จึงทิ้งไว้ที่ห้องพัก และกำลังคิดว่าจะให้ช่างมาแกะออกทั้งหมดด้วย ก่อนเกิดเหตุสั่งให้ลูกน้องมาดูแลรีสอร์ตทุกอาทิตย์ จนเมื่อวานมาเจอว่าประตูห้องพักถูกงัดแงะจนเสียหาย รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าหายเกลี้ยงทุกชิ้น
นางเทียมจันทร์กล่าวว่า ที่น่าตกใจกว่านั้นคือแม้แต่สายไฟยังถูกปอกเอาไปขายด้วย จากการสำรวจทั้ง 9 หลัง ความเสียหายไม่น่าจะต่ำกว่า 4 แสนบาท เพราะของทุกชิ้นล้วนยังใหม่และไม่เก่ามาก ทั้งนี้ หากซ่อมแซมทั้งการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า และเดินสายไฟใหม่ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร ซึ่งจะปรึกษากับครอบครัวอีกครั้ง ส่วนความผิดของผู้ก่อเหตุต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้วย และใครก็อย่าได้มาขอให้ตนยกโทษให้ เพราะเหตุการณ์นี้ผู้ต้องหาทำเกินเลยไปจริงๆ


