หนุ่มใหญ่ พาวัวไปเลี้ยงในป่า ดับปริศนาหลังเมรุ ชาวบ้านเผยได้ยินเสียงทะเลาะ คาดถูกฆาตกรรม
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชม ชูรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุจากนายไชยวัฒน์ ศรีเชียงใหม่ มีคนเสียชีวิตในป่าบ้านคำธาตุ ม.8 ต.หนองญาติ อ.เมือง จึงประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม ร.ต.อ.ประพันธ์ สอทา หน.สายตรวจชุมชน ต.หนองญาติ พ.ต.อ.จีรานันท์ ธนะสิงห์ ผกก.พฐ.จังหวัด ตำรวจชุดสืบสวน กู้ภัยวีอาร์ลำโขงเฟรนด์ชิฟ กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม และรถกู้ชีพเทศบาล ต.หนองญาติ
ที่เกิดเหตุเป็นสวนป่าละเมาะ ห่างจากเมรุวัดศรีบุญเรือง ราว 150 เมตร พบศพ นายดุลย์ โมคลา อายุ 59 ปี อาชีพเลี้ยงวัว ชาวบ้าน บ้านเหล่าภูมี ม.7 ต.หนองญาติ สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต ตามร่างกายมีบาดแผลคล้ายถูกของมีคมหลายแห่ง ที่ลำคอขวามีบาดแผลฉกรรจ์กว้าง 5 เซนติเมตร ลึก 3 เซนติเมตร คล้ายถูกของมีคมแทง ใกล้กันพบรอยเลือดกองใหญ่ เสื้อแขนสั้นสีดำแดงตกอยู่ ห่างออกไป 80 เมตรพบรองเท้าบู๊ตสีดำ 1 คู่ตกอยู่ คาดว่าเป็นของผู้ตาย พบร่องรอยการต่อสู้ ต้นไม้เล็กและต้นหญ้าล้มระเนระนาด แพทย์ชันสูตรคาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

น.ส.จิตรา อายุ 35 ปี ลูกสาวนายอดุลย์ ผู้ตายกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุคนเลี้ยงวัวด้วยกันไปบอกตนช่วง 18.30 น. ว่าไปหาผู้เป็นพ่อด้วย เนื่องจากแปลกใจไม่เห็นพ่อต้อนวัวเข้าคอก จึงพาสามีไปค้นหาพบวัว 2 ตัว จึงต้อนเข้าคอก เหลืออีก 5 ตัว ที่พ่อเคยผูกเลี้ยง และออกไปค้นหากับแม่ในนาแต่ไม่พบ และพบคนเกี่ยวข้าวในนาใกล้ที่เกิดเหตุพูดว่าได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะ และร้องเรียกคนชื่อโชคก่อนจะเสียชีวิตในป่า
ขณะที่นางคำปุ่น อายุ 65 ปี ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า แยกย้ายกับสามีช่วงเช้า สามีไปเช่าสวนป่าเลี้ยงวัว ส่วนตนไปรับจ้างเกี่ยวข้าว ตนตามหาสามีกับลูกสาวนาน 2-3 ชั่วโมงไม่พบตัว กระทั่งช่วง 1 ทุ่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโทรศัพท์แจ้งจึงรีบมาที่เกิดเหตุ สามีไม่มีศัตรูกับใคร อีก 1 ปี ก็จะได้เงินผู้สูงอายุแล้ว แต่มาเสียชีวิตในป่า
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายอดุลย์อาจถูกคนร้ายฆาตกรรม เนื่องจากพบร่องรอยการต่อสู้และบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งจะได้สอบพยานที่พบเห็นก่อนจะเสียชีวิต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน เพื่อจะได้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป


