หน้าแรก ภูมิภาค เปิดเหตุน้ำมั...

เปิดเหตุน้ำมันปาล์มแพง โรงงานตรังโอด ภัยแล้งผลผลิตน้อย ต้องหยุดเดินเครื่องบางวัน

3.11.24 | 08:51 น.

เปิดสาเหตุวิกฤตน้ำมันปาล์มแพง โรงงานสกัดปาล์มตรังโอด พิษภัยแล้งทำผลผลิตน้อย ถึงกับต้องหยุดเดินเครื่องบางวัน ได้ไม่ครบ 500 ตันเปิดกำลังการผลิตไม่ได้

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลกระทบการปรับราคาขึ้นของน้ำมันปาล์มสำหรับบริโภค โดยวงการค้าปลีกคาดการณ์ว่าในเดือนพฤศจิกายนนี้ ราคาน้ำมันปาล์มขวดสำหรับบริโภค จะปรับขึ้นราคาถึงขวดละ 10 บาท ภายหลังผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรปรับตัวสูงขึ้นแตะ 9-10 บาทต่อกิโลกรัม และยังคงปรับสูงขึ้นแบบรายวัน ทำให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มยิ้มได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักสำคัญคือช่วงนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดน้อย ลดลงกว่าครึ่ง เนื่องจากปาล์มขาดคอไม่ออกลูกจากพิษภัยแล้งที่ผ่านมา ทำให้แม้มีราคาดีแต่เกษตรกรก็ไม่มีผลผลิตไปขาย ประกอบกับต้นทุนการผลิตในการทำสวนยังคงสูง ทั้งค่าปุ๋ย ค่าแรง และอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่รับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรและจากลานเทต่างๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียง พบว่า บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากไม่มีเกษตรกรและลานเทขนผลผลิตปาล์มน้ำมันมาขายอย่างคึกคักเหมือนในช่วงก่อนเดือนตุลาคม สอบถามทราบว่าบรรยากาศเงียบเหงานี้เป็นมาตลอดเดือนตุลาคม เพราะผลผลิตเหลือน้อยมาก ปกติจะมีรถบรรทุก รถบรรทุกพ่วง รถยนต์กระบะของเกษตรกรเข้าออก ขนผลผลิตมาขายคึกคักตลอดทั้งวัน แต่ตอนนี้เงียบเหงามาก ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์อยู่เกือบ 1 ชั่วโมงพบมีรถบรรทุกพ่วงจากจังหวัดพัทลุง บรรทุกปาล์มน้ำมันมาส่งเพียง 1 คันเท่านั้น

Advertisement

นายสุพจน์ เพ็งจันทร์ ผู้จัดการบริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำผู้สื่อข่าวดูพื้นที่และลานกอง จุดเก็บผลผลิตก่อนนำเข้าเครื่องจักรพบว่าไม่มีรถนำผลผลิตมาลง ส่วนปริมาณปาล์มที่กองอยู่มีประมาณ 200-300 ตันเท่านั้น จะต้องรอผลผลิตมาส่งเพิ่มจึงจะนำเข้าเครื่องจักรสกัดน้ำมันได้

โดยนายสุพจน์อธิบายว่า สถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันขณะนี้ทุกพื้นที่ทั่วภาคใต้ ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ผลผลิตต่ำเหลือน้อยมาก เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ โดยหายไปมากหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเฉลี่ยโรงงานแต่ละโรงได้รับผลผลิตเข้าโรงงานต่อวันน้อยมาก เช่น โรงงานในจังหวัดตรังวันละประมาณ 200 กว่าตันต่อโรง และจากการที่ได้สอบถามโรงงานพื้นที่จังหวัดอื่นๆ มีผลผลิตเข้าโรงงานประมาณ 300 กว่าตันต่อวันต่อโรง เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ พบว่าปริมาณปาล์มแต่ละโรงหายไปเกินครึ่ง สาเหตุเป็นผลพวงจากภาวะภัยแล้งติดต่อกันประมาณ 2-3 เดือน เมื่อช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ช่อดอกของปาล์มทะลายในช่วงนั้นฝ่อร่วงลงไป จึงส่งผลมาถึงปริมาณผลผลิตในช่วงนี้ ที่เหลือค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ จึงทำให้ราคารับซื้อปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูง มาอยู่ที่กิโลกรัมละ 9 บาทกว่า

นายสุพจน์กล่าวว่า ขณะที่โรงงานทุกโรงก็กระทบเหมือนกัน โรงงานตนจากเดิมเดินเครื่องทำงานติดต่อกันทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง แต่ตอนนี้มีปาล์มเข้าเพียงวันละประมาณ 200 ตัน ต้องซื้อสะสมปริมาณปาล์มให้ได้ประมาณ 500-600 ตันจึงจะเริ่มกำลังการผลิตได้ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จึงจะสามารถเดินเครื่องทำงานได้ครั้งหนึ่ง ซึ่ง 1 สัปดาห์สามารถเดินเครื่องจักรทำงานได้เพียง 3 วัน หรือประมาณ 16 ชั่วโมง อย่างในวันนี้ (3 พฤศจิกายน) เดินเครื่องได้ วันต่อไปอาจจะเดินเครื่องได้อีกทีในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 67 และยังจะเป็นแบบนี้ไปอีกประมาณ 1-2 เดือน โดยผลผลิตจะเริ่มออกอีกครั้งหลังปีใหม่ แต่น้อย โดยผลผลิตรอบใหม่จะออกมากอีกทีเริ่มเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ส่วนราคารับซื้อปาล์มทลาย ณ วันนี้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 9 บาทกว่า เพราะโรงงานแข่งขันกันซื้อ แต่จะขึ้นไปอีกหรือไม่นั้นไม่สามารถบอกได้ เพราะราคาตลาดโลกตอนนี้ถือว่าต่ำกว่าราคา CPO ในบ้านเราไปแล้ว

“ปัญหาผลผลิตปาล์มน้อยในขณะนี้ยังส่งผลกระทบทีมตัดปาล์มด้วย เมื่อทุกสวนผลผลิตเหลือน้อย คนทำอาชีพรับจ้างตัดปาล์มก็ต้องตระเวนเล็มตัดเก็บเล็กผสมน้อย ไม่คุ้มการเดินทางและไม่คุ้มค่าตัด อยากบอกเกษตรกรว่าในช่วงนี้ราคาดี แต่ขอฝากว่าอย่าเร่งเก็บเกี่ยว ต้องตัดปาล์มที่สุกเท่านั้นส่งเข้าโรงงาน เพื่อช่วยโรงงานปรับเปอร์เซ็นต์น้ำมันสกัด ถ้าเปอร์เซ็นต์น้ำมันดีราคาก็ดีตาม ช่วยกันรักษาคุณภาพ รักษาราคา โดยตอนนี้เปอร์เซ็นต์น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 17-18% (เดิมได้ 18-21%) ซึ่งถ้าเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ ถือว่าเปอร์เซ็นต์น้ำมันมีแนวโน้มลดลง ดูจากข้อมูลของทลายปาล์มเองที่ไม่สมบูรณ์จากปัญหาภัยแล้งเช่นกัน” นายสุพจน์กล่าว