หวิดสิ้นชื่อ! ทำหน้าที่อยู่ดีๆ ผัวนึกว่าเป็นชู้เมีย บันดาลโทสะเตะไม่ยั้ง จนต้องร้องขอชีวิต บอกผมเป็นช่างมาซ่อมท่อประปา
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางประไพ สุทธสังข์ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 56/7 ม.6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.คุณิตา จุโฬทก พงส.สภ.เมืองลพบุรี ว่าตนเองเป็นเจ้าของบ้านเช่า เดินทางมายังโรงพักเมืองลพบุรี เพื่อจะแจ้งความกับนายเอ (นามสมมุติ) สามีผู้เช่าห้องพักของตนเอง หลังได้ทำร้ายร่างกาย นายสงกรานต์ ผาสุข อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 319/23 หมู่ 6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตนได้ว่าจ้างมาทำการซ่อมท่อประปา และเป็นหลานชายของนางประไพ เจ้าของบ้านเช่า ตามให้มาซ่อมประปาที่ห้องเช่าที่ทางภรรยาของนายเอ (นามสมมุติ) เช่าอยู่ แต่เกิดเข้าใจผิดคิดว่าช่างซ่อมประปาเป็นชู้กับภรรยาเลยทำร้ายร่างกายจนสะบักสะบอม วิ่งหนีออกมาได้
จากนั้น จนท.ตำรวจตามตัวนายเอ (นามสมมุติ) มาทำการสอบสวน นายเอรับสารภาพว่าได้ทำร้ายช่างจริง นายเอกล่าวอีกว่าตนกับภรรยาได้เช่าห้องพักอยู่ที่ห้องพักที่มีเรื่องดังกล่าว ตนได้พยายามโทรหาภรรยาหลายครั้งแต่ภรรยาไม่รับสาย เลยขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาดูที่ห้องเช่าพบนายสงกรานต์อยู่ที่ห้องด้วย ตนเกิดความหึงหวงเลยได้เตะทำร้ายนายสงกรานต์คิดว่ามีอะไรกับภรรยา
นายเอกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อทราบความจริงก็ได้กราบขอโทษเจ้าของหอพักและนายสงกรานต์ในเรื่องที่ตนเองเข้าใจผิดและใจร้อนเกินไป ซึ่งทางเจ้าของหอและทางนายสงกรานต์ก็ยกโทษให้พร้อมไม่แจ้งความเอาเรื่อง
ด้านนางประไพ สุทธสังข์ เจ้าของบ้านเช่า เปิดเผยว่า ผู้เช่าห้องได้แจ้งว่าน้ำประปาเสีย ตนเองจึงได้โทรตามให้หลานชายคือนายสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่างซ่อมน้ำประปามาทำการซ่อมให้ แต่สามีเจ้าของห้องมาพบและเกิดหึงหวงคิดว่าหลานชายเป็นชู้กับภรรยา และไม่พูดอะไรเข้าเตะหลานชายตนเองหลายครั้ง และไม่ฟังคำพูดของหลานชาย จนหลานชายวิ่งหนีมาฟ้อง แต่เมื่อผู้ก่อเหตุสำนึกผิดไหว้ขอโทษตนเองก็ไม่ติดใจเอาความและไม่แจ้งความเอาผิด แต่มีข้อแม้ว่าไห้นายเอย้ายไปอยู่ที่อื่นและห้ามเข้าไปเหยียบในซอยบ้านเช่าของตนเองอีก หากเข้าไปตนเองจะจัดการให้หนัก ซึ่งตำรวจเองก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป ทำให้เรื่องจบลงด้วยดี

