ไม่ทน! ที่ปรึกษาผู้ว่าฯตราด ซัดแรง หยุดเคลื่อนไหวปลุกม็อบ ปมMOU44 ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ชี้ทำไปคนที่ได้ประโยชน์ คือนักการเมือง และพรรคการเมือง
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด และที่ปรึกษาผู้ว่าฯตราด เปิดเผยว่า การที่มีนักการเมืองและเอกชนบางกลุ่มเคลื่อนไหวกรณี MOU 44 และมีการเผยแพร่ตามสื่อโซเชียลเกี่ยวกับพื้นที่เขตแดนเกาะกูดและพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล จะด้วยเหตุผลใด ทั้งทางการเมือง ทางเศรษฐกิจในขณะนี้นั้น อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายได้หยุดการเคลื่อนไหว และหยุดการปลุกกระแสปั่นป่วนกับเรื่องเกาะกูดสักที เนื่องจากที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวทั้งหมดชาวตราดเกิดความสับสน และรู้สึกถูกนำไปเป็นเสมือนตัวประกันเพื่อต่อรองทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกเกลียดชังต่อประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมาจากเพราะคนไทยด้วยกันเองบางคน บางกลุ่ม ที่หวังผลแค่ความสะใจ (ไร้เหตุผล) และหรือมีเป้าหมายปลุกม็อบปลุกคนลงถนนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองที่ไม่ชอบธรรมและไม่ควรทำอย่างยิ่ง อาทิ 1.กัมพูชาส่งกำลังประชิดชายแดนเพื่อสร้างสถานการณ์ฟ้องศาลโลก 2.ทัพเรือส่งกำลังปกป้องชายแดน ประกอบภาพขบวนเรือรบ ฯลฯ 3.คนขายชาติไทยอาจต้องเสียเกาะกูดเพราะ MOU 44 มีภาพเส้นอาณาเขตทะเล ทั้งหมดเหล่านี้ คนตราดที่รักชาติและมีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติรู้ดีว่านั่นเป็นข้อความเท็จ (จริงบางส่วน ปกปิดส่วนใหญ่)
“ผมในฐานะคนตราดโดยกำเนิด ไปเกาะกูดครั้งแรกเมื่อกว่าสี่สิบปี เป็นวิทยากรหมู่บ้าน อพป. ปัจจุบันก็ยังไปดูแลโครงการกระจายน้ำจากแหล่งน้ำบนยอดเขาที่เกาะกูดไปยังหมู่บ้านต่างๆ ได้พบกับนายอำเภอเกาะกูด คนตราดเหมือนกัน (คน ต.บางปิด อ.แหลมงอบ) พบกับนายก อบต.เกาะกูด ทั้งสองท่านทำงานเข้มแข็งมาก เดินขึ้นเขาลุยป่าไปพร้อมทีมงาน บุคคลเหล่านี้รู้เรื่องเกาะกูด เขตไหล่ทวีป และ MOU 44 เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผมตามเก็บข้อมูล ใครเป็น รมต.ต่างประเทศไทย สมัยใดที่เกี่ยวข้อง และวันนี้ท่านเหล่านั้นพูดถึงกรณีนี้อย่างไร ทั้งท่าน พล.อ.ประวิตร ก็เคยทำหน้าที่ประธานคณะเจรจาฝ่ายไทยภายใต้ MOU 44 แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐพูดถึง MOU 44 ชนิดหน้ามือกับหลังเท้า แล้วควรเชื่อฝ่ายใด เพื่อนำมาพิจารณา ผมคงไม่โทษใครเพราะทุกคนที่ทำคลิปข่าว ภาพ เสียง ย่อมมีเป้าหมาย แต่ผมก็ได้แต่หวังว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องค้นคว้าข้อมูลให้มากขึ้น ประกอบการพิจารณาดำเนินการ แม้แต่จะตัดสินใจเชื่อ หรือไม่เชื่อ เพราะวันนี้คนตราดเสียหายด้วยคนไทยด้วยกันเองกระทำการ“
นายสมเกียรติกล่าวว่า เรื่องเกาะกูด หรือพื้นที่ทับซ้อน หรือ MOU 2544 รวมทั้งการแบ่งผลประโยชน์พื้นที่ทะเลควรหยุดได้แล้ว เพราะสุดท้ายคนที่ได้ผลประโยชน์คือนักการเมือง นักวิชาการสายต่างๆ ที่ต่างคาดเดาเอาความรู้สึกรักชาติของพี่น้องคนไทยไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนกับพวกพ้อง กลุ่มการเมือง และพรรคการเมือง คิดแต่จะสร้างความรู้สึกเอามัน ไม่นึกถึงความเสียหายของประเทศชาติที่เป็นผลจากการกระทำโดยตรง คนตราดที่รักชาติแท้จริงเป็นกังวล และเป็นอุปสรรคที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน หยุดแชร์ หยุดพล่ามเรื่องนี้ได้แล้ว จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อคนตราด และประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน
“การประกาศ EEZ 200 ไมล์ทะเล โดยใช้เส้นฐานตรงเป็นปัญหากับประเทศใกล้เคียงเกือบทุกประเทศที่มีอาณาเขตติดทะเล เพียงแต่การเจรจาร่วมกันต้องคำนึงถึงอธิปไตยของแต่ละประเทศ แต่รัฐบาลประเทศไทยทำอะไรคลุมเครือเหมือนมีวาระซ่อนเร้นที่ประชาชนสังเกตได้จากการกระทำ ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ ชี้แจงไม่ชัดเจน ส.ส.ฝ่ายค้านควรนำเรื่องนี้ยื่นกระทู้ในสภา แต่ก็ไม่ทำ สรุปก็คือรัฐบาลมีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ” นายสมเกียรติกล่าว และว่า
“มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลจำเป็นต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่ การยุบสภาเป็นหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่ใช่หน้าที่และอำนาจของประชาชนทั่วไป ภาคประชาชนรู้ดีว่าการยุบสภาไม่แก้ปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญในขณะนี้ และรัฐบาลกำลังใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านั้น แต่การปลุกระดมมวลชนให้ออกมาร่วมกันเรียกร้องรัฐบาลยุบสภา ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องอย่างแน่นอน ทั้งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับคนไทยและประเทศชาติ เพราะการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง วันนี้ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยสันติวิธี และให้ความร่วมมือกับรัฐในการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธีและถูกต้อง องค์กรภาคประชาชน/ภาคประชาสังคม ต้องช่วยกันผลักดันการแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยความสามัคคี ภาครัฐโดยเฉพาะทุกจังหวัดต้องเป็นผู้นำในการประชาสัมพันธ์ ต้องไม่ให้ความขัดแย้งทางการเมืองของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง ออกมาปลุกปั่นหาผลประโยชน์กับประชาชนทั่วไปโดยเด็ดขาด และหอการค้า/อุตสาหกรรม/ท่องเที่ยว ต้องประสานความร่วมมือช่วยจังหวัดระงับการปลุกระดมครั้งนี้

