น้ำท่วมแม่สายคลี่คลาย แต่ร้านค้ายังไม่ฟื้น จังหวัดระดมช่วยระยะที่ 2
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้จะผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย ต.เชียงราย มานาน โดยอีกเพียง 4 วันก็จะครบ 2 เดือนเต็มแล้ว ซึ่งการฟื้นฟูส่วนใหญ่จะแล้วเสร็จ แต่ก็มีบ้านเรือนหลายหลังและร้านค้าหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านค้าขนาดใหญ่ เช่น ร้านจงหัวโภชนา ในชุมชนไม้ลุงขน พบว่าน้ำท่วมทำให้สินค้าเสียหายทั้งหมด คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกนานนับเดือน
น.ส.เมสินี อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ที่ตั้งของร้านไม่เคยมีน้ำสายท่วมถึงมากก่อน จึงไม่ได้เตรียมตัว โดยน้ำท่วม 1-2 เมตร กำแพงและประตูร้านพังถล่ม ทำให้สินค้าไหลไปกับน้ำจำนวนมาก ส่วนที่เหลืออยู่บางส่วนก็เสียหาย บางส่วนก็มีแต่ดินโคลน คิดว่ามูลค่าความเสียหายเฉพาะที่หน้าร้านไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท หากรวมในโกดังเก็บน่าจะเกิน 5 ล้านบาท

น.ส.เมสินีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังต้องเสียเงินว่าจ้างแรงงานมาช่วยทำความร้านและสินค้าเพื่อนำกลับไปขายในราคาถูกเพื่อหวังได้ทุนคืนบ้าง ต้องใช้แรงงานวันละกว่า 10 คน ทำมาได้กว่า 1 เดือนยังฟื้นฟูไปได้ไม่ถึงร้อยละ 50 หมดเงินไปกว่า 4 แสนบาท ตอนนี้ก็ยังต้องทำต่อไป เพื่อหวังว่าจะเปิดขายสินค้าจะได้มีเงินกำไรกลับคืนมา ซึ่งไม่ได้รับช่วยเหลือใดๆ เพราะเป็นเพียงผู้เช่า ซึ่งก็อยากให้รัฐบาลพิจรณาช่วยเหลือผู้ที่ทำธุรกิจต่างๆ ด้วยก็จะเป็นการดี
ส่วนที่สินธานีคอมเพล็กซ์ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้ารับมอบเงินจำนวน 200,000 บาท จากนายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นายธีรศักดิ์ เลาหะวีร์ ประธานกรรมการสินธานีกรุ๊ป และ น.ส.ศรัณพร ชัยคณารักษ์กูล ผู้อำนวยการจักรยานยนต์และสินเชื่อ สินธานีกรุ๊ป
ทั้งนี้ เพื่อนำไปสบทบกองทุนช่วยเหลือในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และจัดหาปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีพให้แก่ผู้ประสบภัยอุทกภัยพื้นที่เชียงราย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อ.เมือง และพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในห้วงต้นเดือนกันยายน 2567

นายพงศธรกล่าวว่า ภายหลังการเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่พื้นที่ จ.เชียงราย นั้น บริษัทได้ร่วมกับ บริษัท เชียงรายสินธานี จำกัด ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลายด้าน ทั้งการแจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ร่วมกับสถาบันการศึกษา โดยการนำนักเรียนช่างและทีมช่างเข้าทำการซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม มอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน เพื่อให้ชาวบ้านใช้ดำเนินชีวิตในเบื้องต้นหลังข้าวของเครื่องใช้ได้รับความเสียหาย และมอบเงินช่วยเหลือแก่หน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ รวมถึงเงินฟื้นฟูอีก 200,000 บาท ในครั้งนี้อีกด้วยด้วย
นายประเสริฐกล่าวว่า น้ำท่วมเชียงรายในครั้งนี้ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่มีมา มีน้ำท่วมสูงและมีดินโคลนทับถมสูง 2-3 เมตร โดยเฉพาะ อ.แม่สาย เสียหายหนัก และ จ.เชียงราย ยังมีผู้เสียชีวิตถึง 15 ราย แม้ปัจจุบันจะมีการฟื้นฟูไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ต้องมีการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลครอบครัวละ 9,000 บาท ยังมีเงินค่าล้างโคลนหลังละ 1 หมื่นบาท และเงินช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ทางจังหวัดยังได้ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้น โดยมียอดบริจาคเข้ามาประมาณ 9 ล้านบาท มีการจัดสารช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเสียหายทั้งหลัง มีการสำรวจพบประมาณ 159 หลัง แต่ยังขาดพื้นที่ อ.แม่สาย ที่ยังสำรวจไม่แล้วเสร็จ คาดว่าจะมีประมาณ 200 หลัง

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า บ้านมูลค่าเกิน 7 แสนบาทขึ้นไป จะช่วยเหลือหลังละ 100,000 บาท บ้านมูลค่าตั้งแต่ 400,000 ไม่เกิน 700,000 บาท จะช่วยเหลือหลังละ 70,000 บาท แต่บ้านมูลค่าไม่เกิน 400,000 บาท จะช่วยเหลือหลังไม่เกิน 50,000 บาท หรือตามสภาพความเป็นจริง โดยช่วยเหลือไปแล้ว จำนวน 159 หลัง เป็นเงิน 7,790,000 บาท สำหรับเงินที่ได้รับเพิ่มเติมในวันนี้จะนำเข้ากองทุนเพื่อไปช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ อ.แม่สาย ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือต่อไป

