เพลิงไหม้ อบจ.สมุทรสงคราม กลางดึก ควันพวยพุ่ง พลเมืองดีช่วยดับไฟ สำลักควัน เร่งส่งรพ.
เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 8 พฤศจิกายน เกิดเหตุไฟไหม้ภายในห้องกองการศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 3 ในอาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดย นางสาวกาญจน์สุดา ปานะสุทธะ นายก อบจ.สมุทรสงคราม พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม เข้าระงับเหตุอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการควบคุมไฟและป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ ภายในอาคาร
โดยไฟไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน บริเวณโต๊ะทำงานและเอกสารต่างๆ ภายในห้อง มีพลเมืองดีที่มาช่วยดับเพลิงสำลักควัน 1 ราย คือ นายณัฐพร อุเทนพันธ์ อายุ 39 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า อาการสาหัสต้องสวมท่อช่วยหายใจรักษาตัวในห้องไอซียู แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ อส.กล่าวว่า ขณะที่กำลังเข้าเวรที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ยินเสียงดังจากภายในห้องกองการศึกษาที่ชั้น 3 ของอาคาร จึงรีบมาดูก็พบว่ามีควันพวยพุ่งออกมา จึงได้ขึ้นไปใช้ถังดับเพลิง 3 ถังฉีดสกัดเพลิง แต่เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เข้ามาดำเนินการควบคุมไฟ
ด้านนายเกษม ศิริธรรม เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม กล่าวว่า ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อบจ.สมุทรสงคราม จึงรีบมาตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บจากการสำลักควัน 1 ราย เนื่องจากขึ้นไปช่วยดับเพลิง แต่สำลักควัน เพื่อนจึงหิ้วปีกลงมาจากชั้นบนของอาคาร ล่าสุดต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ในห้องไอซียู

น.ส.กาญจน์สุดากล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ซึ่ง อบจ.สมุทรสงครามจะทำการฟื้นฟูและจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของหน่วยงาน
ทั้งนี้ ทาง อบจ.สมุทรสงคราม ขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่มั่นใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการของหน่วยงานแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่แน่ใจว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่ ซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งโชคดีที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ไม่มาก ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าจุดเกิดเหตุเป็นห้องกองการศึกษาซึ่งอยู่ชั้น 3 ของอาคาร ซึ่งมีเอกสารต่างๆ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเกิดจากการลัดวงจร ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


