หน้าแรก ภูมิภาค จัดระเบียบเกา...

จัดระเบียบเกาะมุก ป่านันทนาการทางทะเล จนท.ป่าไม้ คุยชาวบ้าน-ผู้ค้า หาพื้นที่ขายของให้ใหม่

11.11.24 | 08:34 น.

ตรัง-ลุยจัดระเบียบหาดฝรั่งเกาะมุก  พื้นที่ป่านันทนาการทางทะเลแห่งเดียวในไทย จนท.ป่าไม้ลงพื้นที่คุยชาวบ้าน-ผู้ค้า หาพื้นที่ขายของให้ใหม่ ยังไม่ได้ข้อสรุป หลังรับร้องเรียนเข้ายึดชายหาดขายของนานกว่า 3 ปี เผยงบปี 68 ป่าไม้จัดการเอง สร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ชาวบ้านโวยอย่าฟังความข้างเดียว ที่ผ่านมามีแต่ช่วยดูแลชายหาด-นทท.
.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ว่า นายสมนึก กุนหลัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าป่านันทนาการเกาะมุก  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ป่านันทนาการเกาะมุก  ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หาดฝรั่ง” ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะมุกด์ หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เนื้อที่ 46 ไร่ เพื่อเก็บหลักฐานการเข้าไปตั้งร้านค้าขายของบริเวณชายหาดของชาวบ้านในพื้นที่ พบปะกับพ่อค้าแม่ค้า หลังได้รับการร้องเรียนว่าชาวบ้านเข้าไปยึดพื้นที่ชายหาดขายของมานานกว่า 3 ปี โดยได้ทำการสำรวจเตรียมแผนพัฒนาพื้นที่และปรับภูมิทัศน์ในบริเวณพื้นที่ทั้งหมด มีการจับพิกัด GPS จุดที่จะก่อสร้างอาคารสำนักงาน ป้อมยาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และห้องสุขา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

ทั้งนี้ พบว่าในบริเวณชายหาดที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ป่านันทนาการเกาะมุกด์นั้น แถวด้านหน้าสุดติดชายหาดมีการวางเก้าอี้ผ้าใบพักผ่อน ปักร่มกันแดด สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นแนวยาว แต่ถัดขึ้นไปติดกันทางร้านค้ามีการวางโต๊ะเก้าอี้ และร่ม สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว และต่อด้วยแนวของร้านค้า โดยที่มีป้ายประกาศขนาดใหญ่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องการจัดระเบียบบริเวณชายหาด “ประกาศห้ามมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้าไปกระทำการใดๆในพื้นที่ป่านันทนาการ ทั้งการยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย หรือกระทำการอันทำให้เกิดเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และห้ามมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ดำเนินการตั้งร้านค้า ขายของหรือกระทำใดๆโดยมิได้รับอนุญาตตามระเบียบและกฎหมาย” ติดตั้งอยู่

อย่างไรก็ตาม ในการพูดคุยกันระหว่างนายสมนึก กุนหลัด หัวหน้าป่านันทนาการเกาะมุก  กับชาวบ้านเจ้าของร้านค้า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะให้มีการย้ายร้านค้าไปตั้งบริเวณใด เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างที่ชาวบ้านส่งเรื่องไปให้ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) พิจารณา ในการขอใช้ประโยชน์ร่วมกันตามวิถีของชุมชนในพื้นที่ป่านันทนการเกาะมุกด์แห่งนี้

นายภานุวัฒน์ ตั้งปอง ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ตอนนี้มีร้านค้าทั้งหมด 13 ร้าน และแท็กซี่ (รถซาเล้งพ่วงข้าง) 1 คิว รวมประมาณ 15 คัน โดยที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณวันละ 400 คน และคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นนี้ ทั้งนี้ ชาวบ้านได้เข้ามาจัดสรรพื้นที่ค้าขายตั้งแต่มีการเปิดเป็นป่านันทนาการ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว(2566) เริ่มมีการร้องเรียนไปยังทางการเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ต่อมาชาวบ้านจึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรมป่าไม้ ให้ทราบถึงเจตนาของการเข้ามาค้าขายในพื้นที่แห่งนี้ ทั้งหมดเป็นชาวบ้านอย่างแท้จริง สร้างอาชีพทำกินโดยสุจริต โดยไม่มีนายทุนใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น รวมทั้งได้ผ่านการทำประชาคมมาอย่างถูกต้อง ดังนั้น ภาครัฐจึงควรเข้ามาสนับสนุน

Advertisement

นายภานุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่ต้องไปค้าขายริมชายหาดถัดจากจุดพักผ่อนของนักท่องเที่ยว ก็เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่มักจะนิยมมานั่งเล่นกันตรงหาดทรายใกล้กับร้านค้า นักท่องเที่ยวเกิดความสะดวก อีกทั้งชายหาดดังกล่าวชาวบ้านก็ได้ช่วยกันทำความสะอาดเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่มาดูแลไม่ทั่วถึง และบางช่วงโดยเฉพาะช่วงฤดูมรสุม ก็มีขยะลอยขึ้นมาเต็มชายหาด ถือเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม ดังนั้น ถ้าหากต่อไปภาครัฐจะมีแนวทางในการเข้ามาบริหารพื้นที่นี้อย่างไร ขอให้รับฟังข้อเสนอจากทางชาวบ้านด้วย อย่าฟังความข้างเดียว หากจะย้ายไปอยู่ในจุดอื่นก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นจุดที่เหมาะสมสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้

ด้านนายสมนึก กุนหลัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าป่านันทนาการเกาะมุก  กล่าวว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นรีสอร์ตหรูของนายทุนที่ออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ แต่กรมป่าไม้ชนะคดีจึงตรวจยึดมาได้ และต่อมาวันที่ 20 กันยายน 2564 กรมป่าไม้ประกาศให้เป็นป่านันทนาการ และในปี 2568 นี้ ได้รับงบประมาณพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ สร้างอาคารสำนักงาน การสร้างอาคารบริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ และป้อมยาม ส่วนร้านค้าที่เห็นอยู่นี้ ทางกรมป่าไม้ก็พยายามอลุ่มอล่วยมาโดยตลอด เพื่อให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วม แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบของป่านันทนาการ ซึ่งการเข้ามาค้าขายริมชายหาดนั้น เป็นเสมือนกับการบุกรุกพื้นที่สันทนาการของนักท่องเที่ยว ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่สวยงาม และเกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อน จึงมาเก็บหลักฐาน เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาประกอบบันทึกความต้องการของชาวบ้านที่ได้จาการประชุมร่วมกันที่อำเภอกันตังก่อนหน้านี้

“หากจะมีการย้ายพื้นที่ไปอยู่จุดใดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา เพราะหาดฝรั่งแห่งนี้เป็นป่านันทนาการทางทะเลเพียงแห่งเดียวจาก 10 ป่านันทนาการที่ได้ประกาศพร้อมกันทั่วประเทศ โดยได้รับการประกาศตอนที่ตนมารับตำแหน่งหัวหน้าป่านันทนาการคนแรก และเป็นพื้นที่ที่สวยงามมากติดอันดับรองจากเกาะกระดานที่มีชายหาดดีที่สุดในโลก”นายสมนึก กล่าว