หน้าแรก ภูมิภาค หวิดสลดซ้ำ งา...

หวิดสลดซ้ำ งานศพ ตาหลานกางเต็นท์ไฟดูดดับ รถน้ำแข็งเกี่ยวสายไฟขาด เฉียดหัวยายนั่งหน้าโลง

11.11.24 | 18:17 น.

หวิดสลดซ้ำกลางงานศพ 2 ตาหลานกางเต็นท์ถูกไฟดูดดับ รถน้ำแข็งเกี่ยวสายไฟโลงเย็นขาด เฉียดหัวยายและหลานสาวที่นั่งหน้าโลง

จากรณีนายฉลาด มีชัย อายุ 52 ปี และ ด.ช.สุธินันท์ หรือน้องไอซ์ อายุ 10 ขวบ สองตาหลานช่วยกันยกพัดลมดัดแปลงใส่ขาเหล็ก เพื่อจะเปิดพัดลมให้ใส่เข้าหาเต็นท์ที่กางไว้เตรียมนอนหลับพักผ่อนใต้ชายคาบ้าน แล้วถูกไฟฟ้าชอร์ตจนเสียชีวิตในบ้านพัก ที่บ้านโคกนาคลอง หมู่ 8 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี เหตุเกิดช่วงค่ำของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้ง หลังจากที่ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตได้นำศพกลับมาจาก รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อจัดพิธีสวดพระอภิธรรมสองตาหลาน โดยญาติและเพื่อนบ้านได้ใช้ห้องโถงภายในบ้านตั้งโลงเย็นเรียงซ้อนกัน โลงด้านหน้าเป็นของนายฉลาด ผู้เป็นตา โลงด้านหลังเป็นโลงของน้องไอซ์ ผู้เป็นหลาน ซึ่งยังไม่มีรูปหน้าศพ อยู่ระหว่างการจัดทำ บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความเงียบเหงาโศกเศร้า ญาติและเพื่อนสนิทต่างทยอยเดินทางมาไหว้ศพ โดยมี น.ส.ปราณี อายุ 50 ปี ภรรยานายฉลาด และยายของน้องไอซ์ นั่งอุ้ม น้องอลิส วัย 7 ขวบ หลานสาวคนเล็ก น้องของน้องไอซ์ ดูแลอยู่ไม่ห่างกัน

นางอนงค์ อายุ 58 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า เมื่อวานนี้ตอนเช้าตนจะออกไปต้อนวัวกินหญ้า เดินผ่านหน้าบ้านไปก็เห็น น.ส.ปราณี กำลังอาบน้ำให้น้องไอซ์อยู่บ้างบ้าน ตนได้ตะโกนถามว่า โตเป็นหนุ่มแล้วทำไมยังให้ยายอาบน้ำให้ น้องไอซ์ก็หัวเราะชอบใจ ยายเขาก็ขัดขี้ไคลต่อ ตนเดินมาอีกมุมของบ้านก็เห็นนายฉลาด ก็ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ถามว่าจะไปไหนวันนี้ เขาก็บอกจะออกไปดูไก่ชน ตนเลยถามอีกว่าทำไมไม่ไปดูไก่ชนที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กับเพื่อนบ้านอีกคนที่เขานับถือ เขาก็บอกไม่ว่าง ตอนเย็นตนก็ได้ยินข่าวร้าย จึงออกมาดูที่เกิดเหตุและคอยปลอบโยน น.ส.ปราณี ถ้าหากคืนวันก่อนนายฉลาดไปน้ำพองกับเพื่อน คิดว่าอาจจะไม่เกิดเหตุร้ายแบบนี้ก็ได้

น.ส.ปราณี ภรรยานายฉลาด และยายของน้องไอซ์ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุได้ยินแต่เสียงหลานร้องเรียกพ่อ วิ่งไปดูก็เห็นนอนหงายแน่นิ่งกันไปแล้ว เมื่อสามีและหลานสิ้นใจก็ได้รีบโทรบอกลูกสาว หรือแม่น้องไอซ์ ที่ทำงานอยู่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อลูกสาวรู้ข่าวเขาเสียใจมาก พูดคุยไม่ได้ศัพท์และกดตัดสายไป จากนั้นก็มีแค่พิมพ์ข้อความกลับมาหาบ้างเท่านั้น ลูกสาวจิตใจไม่เข้มแข็ง เขาเป็นคนอ่อนไหว คงจะเสียใจมาก เพราะรักลูกชายและพ่อมาก ทำงานได้เงินก็ซื้อของส่งมาให้ลูกชาย ส่งมาให้พ่อแม่ คิดว่าลูกสาวคงจะไม่ได้กลับมาร่วมงานศพ เพราะจะเผาศพทั้งคู่ในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายนนี้

“ส่วนน้องอลิส หลานสาวคนเล็กเขาก็เศร้า เขารู้ว่าพ่อ หรือตาและพี่ชายเสียชีวิต หลานทั้งคู่พวกตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ติดตาและยายมาก จะเรียกพวกตนว่าพ่อและแม่ อ้อนเก่งทั้งคู่ ชอบแข่งกันเอาใจตาและยาย จะนอนรวมกันที่ห้องโถงตรงนี้ ตรงที่ตั้งสวดศพตรงนี้ บางครั้งสามีก็จะพาหลานไปนอนในเต็นท์ข้างบ้าน เป็นแบบนี้ประจำ ส่วนพัดลมต้นเหตุ เป็นพัดลมเก่าที่ลูกเขยทำดัดแปลงไว้ให้ใช้ ตอนนี้ทำใจเห็นมันไม่ได้ ได้เอาไปโยนทิ้งข้างทางแล้ว สามีทำงานเป็นช่างรับจ้างทั่วไป ตนก็เปิดร้านขายอาหารอีสาน อาหารตามสั่ง อยู่หน้าบ้าน ไม่มีประกัน ไม่มีฌาปนกิจ มีเพียงเงินจากกองทุนขยะของหมู่บ้าน ไม่รู้จะได้เงินมากเท่าไหร่ พวกตนมีฐานะยากจน หากมีหน่วยงานใด หรือผู้ใจบุญ จะมาช่วยค่าปลงศพพวกตนก็ยินดี”

Advertisement

ระหว่างการสัมภาษณ์พูดคุยกันอยู่หน้าโลงเย็น มีรถ 6 ล้อ ขับเข้ามาส่งน้ำแข็งภายในงานศพ จังหวะที่รถน้ำแข็งจะขับออกไปจากบ้านงาน บริเวณด้านหลังตู้ใส่น้ำแข็งที่มีความสูงกว่า 3 เมตร ได้ไปเกี่ยวกับสายไฟฟ้าที่ต่อโยงมาจากมิเตอร์ พาดเข้ามาในบ้าน เพื่อต่อตรงกับโลงเย็นของศพตาและหลาน สายไฟฟ้าถูกรั้งอย่างแรง จนขาดออกตรงบริเวณหน้าโลงศพ สายไฟฟ้าส่วนที่มีกระแสไฟได้ลอยเฉียดหัวของ น.ส.ปราณี และน้องอลิส จากนั้นก็เกิดการสปาร์ก มีเสียงไฟชอร์ตตามทาง เฉียดผู้มาร่วมงานศพจนไปกองอยู่ข้างรถส่งน้ำแข็ง สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่เว้นแม้แต่ผู้สื่อข่าว ที่รอดตายจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้อย่างเฉียดฉิว หวิดเกิดเหตุสลดซ้ำซ้อนขึ้นอีกครั้งจากกระแสไฟฟ้า

น.ส.สุวรีย์ อายุ 46 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า สายไฟฟ้าที่ขาดและยังมีกระแสไฟฟ้า ถูกรถส่งน้ำแข็งดึงเฉียดแขนตนไปนิดเดียว โชคดีมากที่ไม่ถูกตนจังจัง หากแรงดึงสายไฟฟ้าหยุดตรงตัวของตนก็คงจะไม่รอด สายไฟฟ้าถากหัวไหล่และแขนขวาตนไปนิดเดียว ตอนนั้นนั่งกันอยู่ 7-8 คน เมื่อเกิดเหตุขึ้น เด็กชายที่เพื่อนบ้านอุ้มมาด้วยก็ร้องไห้ตกใจด้วยความเสียงดัง พวกตนก็ลุกจากเก้าอี้ แตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ตอนนี้ยังตกใจไม่หาย ยังใจสั่นอยู่เลย