ผู้ว่าฯภูเก็ต หารือ อธิบดีกรมทะเล ระดมความคิดเห็น แต่งตั้งคณะทำงาน ดูแล พะยูน อพยพเข้าพื้นที่กว่า 30 ตัว ตั้งกลุ่มไลน์ รักพะยูนภูเก็ต เปิดให้ตั้งชื่อพะยูนทั้ง30ตัว
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมหารือการดูแลพะยูนที่อพยพเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 30 ตัว โดยมี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมจันพันวาชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายโสภณ กล่าวภายหลังการประชุมหารือว่า เนื่องจาก ขณะนี้ พะยูนได้อพยพมาจากจังหวัดตรัง กระบี่ มาอยู่ที่ภูเก็ต ประมาณ 30 ตัวขึ้นไป ในบริเวณตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง ถึงหาดราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จึงประชุมร่วมกันและ ตั้งคำสั่งคณะทำงานและชุดลาดตระเวนโดยให้ทางผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขีดเส้นบริเวณที่พะยูนอาศัย และ ออกประกาศของกรมเจ้าท่าและกรมประมงและสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อให้ประชาชนรับทราบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวประมง ผู้ประกอบการ และสถานประกอบการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสปีดโบ๊ท หรือสกู๊ตเตอร์ต่าง ๆ ให้ทราบว่าบริเวณใดที่จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมทั้งให้ทราบว่า บริเวณใดห้ามวางอวนเพื่อป้องกันไม่ให้ พะยูนเข้าไปติดอวนตาย จึงต้องขอความร่วมมือพี่น้องชาวประมงชายฝั่ง และที่อยู่ริมฝั่งทั้งหมด รวมถึงประชาชนเข้ามาช่วยกันดูแลอนุรักษ์กลุ่มพะยูน
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดจะตั้งกลุ่มไลน์ชื่อว่า “รักพะยูนภูเก็ต” สามารถเข้าไปดูได้ สมัครเข้ามาในกลุ่มนี้ได้เพื่อช่วยกันดูแลและทางทช.จะเริ่ม ปลูกหญ้าทะเล และจัดหา พืชผักชนิดอื่นที่สามารถทดแทนกันได้ ตอนนี้ทดลองไปแล้ว ได้ผลพอสมควร ในโอกาสต่อไปจะมีการสร้างคอกในทะเลเพื่อดูแลรักษาพะยูนตัวที่ป่วยไข้ให้เข้าอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่จํากัดไว้เพื่อให้ปศุสัตว์เข้าไปดูแลรักษา

“จึงขอรบกวนพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวประมงช่วยเป็นหูเป็นตา และ ผู้ประกอบการ ผู้ที่ใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ทะเลกิจกรรมต่าง ๆ ช่วยกันดูแลอนุรักษ์รักษาพะยูน.ด้วยถ้าเจอที่ไหนช่วยส่งข่าวอาจจะลงในกลุ่มไลน์ได้ ทางจังหวัดจะได้ทราบว่าพะยูน อยู่บริเวณไหนโดย ขณะนี้ จะให้ตั้งชื่อ พะยูน จำนวน 30 ตัว จะต้องตั้งชื่อทั้งหมด ดูลักษณะทางกายภาพผู้เชี่ยวชาญอาจจะต้องรู้กายภาพแล้วตั้งชื่อให้แต่ละตัวเพื่อให้ทราบพิกัดเท่านี้ ลองตั้งชื่อกันมาดูก็ได้พี่น้องชาวประมงที่เห็นพะยูนแล้วควรจะตั้งชื่ออย่างไร คิดว่าตัวบ่งบอกชนิดหนึ่ง คือการที่พะยูนมาอยู่ที่นี่แสดงว่าพื้นที่ของเรายังอุดมสมบูรณ์ซึ่งปีที่แล้วทางจังหวัดได้มีโอกาสไปปลูกหญ้าทะเลที่ตำบลป่าคลอกแปลงนี้ได้ผลดีในฝั่งนี้”ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว

นายโสภณ กล่าวว่า ได้หารือกับอธิบดีทช. ว่า จะต้องปลูกพืชอาหารพะยูนเพิ่มอาจะมีแปลงที่ชําไปเป็นต้นกล้าก่อนแล้วค่อยลงไปปลูกในทะเลเพื่อเป็นอาหารและภาวะการรเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทําให้หญ้าทะเลจังหวัดตรัง เกิดการตาย เน่า ซึ่งเป็นอาหารสำคัญบางตัว จะเห็นว่า พะยูน ผอมจนกระทั่งเห็นกระดูกสันหลังซึ่งผอมมาก คือ อดอาหารมาค่อนข้างนานและอาหารทดแทนก็หายาก ทางทช.ได้ทําวิจัยเอาอาหารทดแทน เช่น ผักกาด เป็นต้น
ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนช่วยกันประชาสัมพันธ์และดูแล หากเจอที่ใด โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมงแจ้งข่าวมาได้ทันทีในทุกหน่วยที่นี่ แจ้งมาที่จังหวัด ที่ ประมงชายฝั่ง หรือที่ อบต. ต่าง ๆ ได้ทั้งหมดทางหน่วยที่เกี่ยวข้องจะประสานกันเพื่อที่ดูแล พะยูนให้ดีที่สุด
ด้านนายปิ่นสักก์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกให้ทช.ลงมาในพื้นที่ร่วมกับทางจังหวัดภูเก็ต มาช่วยจัดการเรื่องพะยูน โดย ปัจจุบันเกิดวิกฤตของพะยูนในประเทศไทยซึ่งเป็นสัตว์สงวนตายไปค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะในปีนี้จำนวน 33 ตัวแล้ว จึงจำเป็นที่ต้องมาทำร่วมกันเพื่อเร่งรัดในการที่จะปกป้องฝูงพะยูนในการอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องปัญหาหญ้าทะเล
“ในวันนี้ จะเอาโมเดล ที่ราไวย์ ที่ ทำค่อนข้างจะสำเร็จ ทั้งเรื่องพืชอาหารเสริม และการประกาศพื้นที่และลดภัยคุกคามกับพะยูนที่อพยพเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเรือ เรื่องการทำแนวเขต การส่งเสริมกับประชาชนและการลดภัยจากคุกคามจากการประมง มาขยายเขตในพื้นที่ตำบลป่าคลอกซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่พะยูนอยู่มากกว่า 20-30 ตัว ในเรื่องของอาหารที่ลดลงในการที่ได้พยายามหาผักหรือพืชมาเป็นอาหารเสริม มาทดแทน มีความสำเร็จในระดับหนึ่งเพราะพะยูนได้เข้ามากินอาหารเสริม เช่น ผักบุ้งหรือกวางตุ้ง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัญหาในเรื่องของสัตว์มีชีวิตอื่นมาแย่งอาหารพะยูน โดยทางเราพยายามวิจัยอยู่ว่าตัวไหนที่เหมาะสมที่สุดและเอาแนวคิดนี้ขยายผลไปยังที่อื่นที่พะยูนอดอาหารไม่มีอาหารกิน”นายปิ่นสักก์ กล่าว

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่าได้มีการคาดการณ์ว่าอีก ประมาณ 4-5 เดือนแล้วว่าในจังหวัดตรัง และกระบี่มีแหล่งอาหารไม่สมบูรณ์ ซึ่งพื้นที่เป้าหมายที่พะยูนจะมาก็คือ ภูเก็ต พังงา ซึ่งทางเราก็มีการติดตามอย่างใกล้ชิดว่าเขาไปที่ไหน จำนวนเท่าไร นอกจากนั้นยังมีการทำการประชาสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่ด้วยให้ทราบว่าพะยูนจะมาซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับระหว่างส่วนกลางกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

