พ.ต.ท. เฝ้าจับคนร้าย วูบเหยียบคันเร่ง พุ่งขึ้นฟุตปาธชนร้านค้า-เสาไฟฟ้าหัก เจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต ผู้เห็นเหตุการณ์เล่านาทีเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ต.ต.หญิง อัจฉรา กะเตื้องงาน สว.สอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนร้านค้าและบ้านเรือนประชาชน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณซอยสี่ไชยทอง 2 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นซอยทางเข้าหมู่บ้าน ต.บางกะดี พบรถโตโยต้า รุ่นวิช สีขาว ทะเบียนปทุมธานี ชนรั้วบ้านได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น ระบบประปาถูกชนจนได้รับความเสียหาย ชาวบ้านช่วยกันช่วยเหลือคนขับคือ พ.ต.ท.เสฏฐพงศ์ ทรงกลด รอง ผกก.สส. สภ.เมืองปทุมธานี ออกมาจากรถ เพราะในตัวรถมีกลุ่มควัน ก่อนจะช่วยกันนำถังดับเพลิงฉีดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกไหม้ ห่างกันประมาณ 100 เมตร กระถางต้นไม้ถูกชนแตกละเอียด
เบื้องต้นพบว่า พ.ต.ท.เสฏฐพงศ์ อาการสาหัส จึงนำตัวส่ง รพ.กรุงสยามเซนคารอส แพทย์พยายามช่วยชีวิตและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายสายันต์ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านริมถนน เปิดเผยว่า รถยนต์คันเกิดเหตุมาจอดหน้าร้าน สตาร์ตเครื่องอยู่ประมาณ 20 นาที ก่อนรถจะเคลื่อนตัวปีนขึ้นฟุตปาธริมทาง เกือบชนพนักงานผู้หญิงที่เดินอยู่ริมทาง ก่อนที่รถยนต์จะเร่งเครื่องและพุ่งเข้าไปในซอยหมู่บ้านลึกเข้าไป ประมาณ 100 เมตร แล้วชนรั้วบ้านและเสาไฟฟ้าอย่างแรง
นางวันทนา อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหาย ให้การว่า ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่ภายในบ้านพัก ก่อนจะได้ยินเสียงรถยนต์ชนอย่างรุนแรงจึงวิ่งออกมาดู พบว่าพลเมืองดีเปิดประตูให้ความช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทราบภายหลังเป็นตำรวจออกมาจากตัวรถ ซึ่งผู้บาดเจ็บไม่ได้สติ
ผู้ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือบอกว่า ผู้ขับจอดรถอยู่ริมทางพักใหญ่ ก่อนรถจะพุ่งขึ้นฟุตปาธและพุ่งเข้าซอยมาชนบ้านเรือนประชาชน
แหล่งข่าวแจ้งว่า ช่วงนี้มีเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ปทุมธานีสายใน ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ โดย พ.ต.ท.เสฏฐพงศ์ สืบจนทราบว่าผู้ก่อเหตุมีที่พักอยู่ภายในเขต ต.บ้านกลาง อ.เมือง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ คาดว่าน่าจะไปเฝ้าจับกุมคนร้ายจนเกิดอาการวูบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต
พ.ต.ต.หญิง อัจฉราได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บันทึกภาพเป็นหลักฐานและให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ขอบคุณ ข่าวสด

