หน้าแรก ภูมิภาค ฝนถล่มยะลา คอ...

ฝนถล่มยะลา คอสะพาดขาด ทางหลวงชนบทเร่งติดตั้งสะพานเบลีย์

15.11.24 | 13:54 น.

กรมทางหลวงชนบท ระดมจนท.ติดตั้งสะพานเบลีย์บนถนนสาย ยล.4044 (อ่างเก็บน้ำยะรม) จ.ยะลาเสร็จแล้ว เปิดให้ประชาชนสัญจรผ่านได้ชั่วคราวแล้ว หลังฝนตกหนัก น้ำกัดเซาะคอสะพานขาด

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักส่งผลให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีถนนทางหลวงชนบทสาย ยล.4044 แยก ทล.4326-อ่างเก็บน้ำยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้รับผลกระทบเนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลหลากเข้ากัดเซาะตอม่อสะพานช่วงบริเวณ กม.ที่ 0+260 ส่งผลให้สะพานดังกล่าวขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา เริ่มคลี่คลายลง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) และแขวงทางหลวงชนบทยะลา ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเส้นทางในโครงข่ายทางหลวงชนบท เพื่อเร่งซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว และฟื้นฟูให้ประชาชนสามารถกลับมาสัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว ปัจจุบันถนนทางหลวงชนบทสาย ยล.4044 แยก ทล.4326-อ่างเก็บน้ำยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ได้รับผลกระทบถูกน้ำกัดเซาะคอสะพานขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ได้ดำเนินการติดตั้งสะพานเหล็กสำเร็จรูป (Bailey Bridge) แล้วเสร็จและเปิดให้ใช้สัญจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรได้ชั่วคราวก่อน และขอให้ประชาชนที่มีความจำเป็นในการสัญจรบนสายทางที่ได้รับผลกระทบ โปรดขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือน และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ หรือสายด่วน กรมทางหลวงชนบท โทร 1146

ด้าน ร.ต.อ.สิทธิพงศ์ เหมกุสุมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม กล่าวว่า ขอบคุณอธิบดีกรมทางหลวงชนบทที่ให้ความสำคัญและสั่งการซ่อมแซมเร่งด่วน รวมถึงขอบคุณแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดยะลา ที่เร่งดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) และให้กองสำรวจและออกแบบเข้าดำเนินการสำรวจพื้นที่ ส่วนแผนการก่อสร้างสะพานถาวรข้ามแม่น้ำปัตตานีแห่งใหม่นั้น จะมีความยาวรวม 100 เมตร แบ่งเป็นช่วงความยาว 10-20-20-20-20-10 เมตร โดยจะก่อสร้างคู่ขนานกับสะพานเดิม คาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 400 วัน ทั้งนี้ ทางหน่วยงานจะเร่งดำเนินการของบประมาณเพื่อการก่อสร้างต่อไป

Advertisement