งงสุด! เจ้าอาวาสวัดฉุน คว้าไม้ตะพดทุบรถรับส่งนักเรียนหลังเข้าไปกลับรถในวัด
จากกรณี เพจ Social Hunter 2024 โพสต์รูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ทำไมหลวงตาทำแบบนี้ ไปทุบกระจกเขาทำไม พระที่วัดวรโพธิ์ตีกระจกรถตู้นักเรียน แค่เข้าไปกลับรถ เป็นพระที่ใช้ไม่ใด้ แสดงตัวเป็นเจ้าของ ด่าชาวบ้านไล่รถผู้ปกครองนักเรียน แถมยังว่าทำอะไรกูไม่ได้”
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับ น.ส.ผาสุก มีมาก อายุ 45 ปี คนขับรถตู้รับส่งนักเรียน พาไปดูร่องรอยความเสียหายที่ถูกเจ้าอาวาสวัด แห่งหนึ่ง ในเขต ต.ท่าวาสุกี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้ไม้ตะพด ทุบกระจกหน้ารถ จนแตกได้รับความเสียหาย
น.ส.ผาสุข บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์เกิดช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 15 พ.ย.67 ที่ผ่านมา ตนเองได้ขับรถไปรับนักเรียน ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้วัด จากนั้นก็ขับรถรถตู้รับส่งนักเรียน เข้าไปภายในบริเวณวัดเพื่อกลับรถ มาจอดบริเวณหน้าวัด ซึ่งตนเองจอดรถยังไม่ทันจะดับเครื่องยนต์ จู่ๆ มีเพระทราบภายหลังว่าเป็นจ้าอาวาส ถือไม้ตะพดออกมาแล้วฟาดมาที่กระจกหน้ารถช่วงบริเวณที่ตนเองนั่งพอดี จำนวน 4 ครั้ง ตนเองตกใจจึงรีบลงจากรถ แต่ขณะนั้นยังมีเด็กอนุบาลนั่งอยู่ภายในรถตู้ด้วย
จากนั้นท่านเจ้าอาวาส ก็ใช้ไม้ตะพด ฟาดเข้ามาที่กระจกรถอีกจำนวนหลายครั้งจนกระจกแตกร้าว ทำให้เด็กที่อยู่ภายในรถตู้ขวัญผวาร้องไห้ ได้ถามท่านเจ้าอาวาสว่า ทำแบบนี้ทำไม ซึ่งท่านก็ตอบแบบงงๆ ว่า “กูจะทำ ใครจะทำไม” จนเกิดมีปากเสียงโต้เถียงกัน จากนั้นได้เดินทางเข้าไปแจ้งความที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา

ตนเองเป็นผู้หญิง ประกอบกับมีเด็กเล็กอยู่ภายในรถ ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย หากกระจกแตกเข้าโดนเด็กๆ ภายในรถ เหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นกับรถของตนเองแค่คันเดียว พบว่าพระรูปนี้เคยก่อเหตุทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
ตนมองว่า ท่านเป็นพระ ไม่ควรมีพฤติกรรมแบบนี้ ซึ่งตนเองก็มองว่ามันไม่เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่ท่านทำในครั้งนี้ ซึ่งตนเองยืนยันว่าจะเดินหน้ายื่นหนังสือร้องเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอาผิดกับพระรูปดังกล่าว
ต่อมา ผู้เสียหายเดินทางไปพบ พระวชิโรภาส เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำเรื่องร้องเรียน ถึงพฤติกรรมของ เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
โดย พระวชิโรภาส กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้วรู้สึกไม่สบายใจ กับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไรต้องทำการสอบถามเจ้าอาวาสก่อน ส่วนเรื่องของทางผู้เสียหายแจ้งความไว้ ให้ไปเป็นตามกฎหมาย ส่วนในเรื่องการที่พระเดินไปทุบรถจนเกิดความเสียหาย มันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ท่านเป็นเจ้าอาวาสอย่างน้อยก็ต้องมีเมตตา ซึ่งอาตมาเห็น และไม่สบายใจ และจะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเราเป็นพระต้องดูแลพระดูแลวัด บำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งประชาชนทั่วไป ก็สามารถเข้าไปทำบุญหรือใช้ประโยชน์อะไรก็ได้ ซึ่งไม่สามารถห้ามคน หรือคนอื่นเข้าแต่ภาพที่ออกไปก็น้อมรับเพราะเป็นพื้นที่ในการปกครองดูแล ซึ่งมันเป็นไปตามขั้นตอนของสงฆ์ก็จะมีการตำหนิโทษ คาดโทษ จะนำมาตำหนิโทษ จะให้ต้องจับสึกเลยก็เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องให้ทุกๆ คนเข้าใจ
พระที่จะถูกจับสึกก็จะเป็นคดีอาญา เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ฆ่าคนตาย จี้ปล้น ความผิดของกฎหมายร้ายแรง อันนี้ถือว่าอาจเป็นอารมณ์ของท่าประกอบกับอายุมาก ก็จะให้ทำหนังสือร้องมายังเจ้าคุณเขตปกครอง เพื่อจะได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามกฎระเบียบของคณะสงฆ์
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พบกับเจ้าอาวาสวัด โดยเจ้าอาวาสยอมรับว่าตนเอง เป็นผู้ทุบรถคันดังกล่าวจริง สาเหตุที่ทำลงไปนั้นก็เพราะว่าตนเองไม่อนุญาตให้จอดรถ เพราะที่ผ่านมาเคยทำที่จอดรถไว้ด้านหลังวัดแต่ก็ไม่มีใครมาจอด แต่กลับมาใช้พื้นที่ในวัดจอดรถ ทำให้ขวางการจราจร และที่สำคัญเด็กนักเรียนที่มากับรถนักเรียนชอบมารังแกหมาภายในวัด ก็ทำให้หมากัดนักเรียนอีก จึงทำให้วัดต้องรับผิดชอบ และได้รับความเดือดร้อน ส่วนคนขับรถก็ไม่มารับผิดชอบ ดังนั้นตนเองจึงตัดปัญหาไม่ให้รถรับส่งนักเรียน เข้ามาจอด ถ้ามาจอดก็จะทุบรถ และยินดีชดใช้ค่าเสียหาย ถ้ามาจอดอีกจะทุบอีกทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ส่วนที่คนขับรถอ้างว่าไม่ได้จอดรถ แต่มากลับรถตนเองอยากจะถามว่าเชื่อในสิ่งที่เขาพูดหรือไม่ ถ้าเขามากลับรถ ตนเองคงจะไปวิ่งไล่ทุบกระจกไม่ทัน และรถคันดังกล่าวตนเองก็ยังไม่เห็นว่ามีเด็กนักเรียน หลังจากเกิดเรื่องคนขับรถก็มาด่าตนเองชุดใหญ่ ที่ผ่านมาตนเองก็ยอมรับว่าเคยทุบกระจกรถคันอื่น แต่ครั้งนั้นก็โดนฟันแขนกลับมา แต่เรื่องดังกล่าวก็ถือว่าผ่านมาแล้ว แต่ที่ทำไปทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้มีเรื่องมีราวภายในวัด ไม่ให้หมากัด เพราะถ้าหมากัดฉันก็โดนอยู่ดี

