หน้าแรก ภูมิภาค กงสุลใหญ่อินโ...

กงสุลใหญ่อินโดนีเซีย หารือภูเก็ตดูแล ‘ผู้ป่วย-ผู้ต้องขัง’ อิเหนา

20.11.24 | 19:41 น.

กงสุลใหญ่อินโดนีเซีย หารือภูเก็ตดูแลผู้ป่วย-ผู้ต้องขังชาวอินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ นายซุวัรกานา ปริงกานู (Mr.Suarganana Pringganu) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแนะนำตัว และหารือความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต กับอินโดนีเซีย เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพลเมืองสองประเทศ ตลอดจนด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เรือนจำจังหวัดภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวภูเก็ต เข้าร่วมฯ ณ ห้องรับรอง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายซุวัรกานา ปริงกานู กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ชาวอินโดนีเซีย เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ตสูงถึงประมาณ 40,000 กว่าคนต่อปี ส่วนใหญ่เป็นลูกเรือประมง และ นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินและบางส่วนแต่งงานกับคนไทยอยู่อาศัย ประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ มีความสุขและพึงพอใจ ที่ ชาวภูเก็ตจัด กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผ้าบาติกชาวมุสลิมรวมถึงวัฒนธรรมนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับ 10 ชาติอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมเพอรานากัน

Advertisement

ในช่วงที่ผ่านมา ชาวอินโดนีเซียไปประกอบพิธีฮัจญ์และผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต มีเจ็บป่วยฉุกเฉิน 2 คน และบางราย มีอาการป่วยทางจิตเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และป่วยเป็น HEAT STROKE จำนวน 1 คน ไม่มีเงินเป็นค่ารักษาพยาบาล เพื่อนผู้ป่วยจำเป็นต้องช่วยกันรวบรวมเงินมาจ่ายให้และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตคิดค่าใช้จ่ายเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งชาวอินโดนีเซียไม่ได้ทำประกันสุขภาพในระหว่างการเดินทาง จึงมีการติดต่อประสานงานไปทางกงสุลฯ ดังนั้นจึงอยากขอคำแนะนำปรึกษาจากจังหวัดภูเก็ตด้วย

ปัญหาอีกส่วนหนึ่ง คือ ทางการไทยจับกุมลูกเรือประมงอินโดนีเซียที่เข้าน่านน้ำไทยในจังหวัดสตูลและจังหวัดภูเก็ตอย่างผิดกฎหมาย ในขณะที่ลูกเรือประมงไทยถูกจับกุมที่อินโดนีเซียเช่นเดียวกัน เมื่อปี 2565 จำนวน 11 คนและปี 2566 จำนวน 69 คน ทางกงสุลฯ ได้ไปเยี่ยมมาแล้ว 3-5 ครั้ง ปัจจุบันที่จังหวัดภูเก็ตปล่อยตัวไปหมดแล้ว

ทางกงสุลฯ เคารพกฎกติกาของเรือนจำและขอให้ชี้แจงผู้ต้องขังให้เข้าใจ ทั้งกรณีลดเวลากักขังหรือ การชำระ ค่าปรับ ปัจจุบันเหลือเพียงที่จังหวัดสงขลา จำนวน 1 คนเท่านั้น และขอขอบคุณเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตและตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต ที่สนับสนุนช่วยเหลือดูแลผู้ต้องขังจนสิ้นสุดกระบวนการพร้อมส่งกลับประเทศอินโดนีเซีย

โดยขอความร่วมมือจังหวัดภูเก็ต กรณีเมื่อชาวอินโดนีเซียถูกจับกุมถ้าเป็นไปได้ขอให้แจ้งทางกงสุลฯ ก่อนที่จะควบคุมตัวขึ้นบนฝั่งเพื่อทางกงสุลฯ จะจัดเจ้าหน้าที่มาร่วมสัมภาษณ์และระบุเอกลักษณ์บุคคลให้ถูกต้อง รวมถึงช่วยเหลือสื่อสารภาษาอินโดนีเซียให้กับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเนื่องจากชาวอินโดนีเซียชื่อจะซ้ำกัน เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ขอหารือเกี่ยวกับการดูแลชาวอินโดนีเซีย หลังจากสิ้นสุดการเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดภูเก็ต และรอการส่งกลับประเทศอินโดนีเซีย ผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตแทนที่จะต้องส่งตัวไปที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 สวนพลู กรุงเทพมหานครและจึงจะผลักดันออกไป

ในเรื่องนี้ ผู้ต้องขังจำนวน 69 คนนั้น ทางกงสุลจำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินให้จำนวน 40 – 45 คนเนื่องจากเป็นชาวบ้านมีฐานะยากจน หากจะส่งตัวผ่านประเทศมาเลเซีย ทางการมาเลเซียไม่อนุญาตให้คนที่กระทำความผิดผ่านเข้าประเทศรวมทั้งที่ประเทศสิงคโปร์ระบุว่าผ่านเข้าประเทศได้แต่ต้องมีผู้ติดตามไปร่วมด้วยซึ่งความเป็นไปไม่ได้ ทำได้ยาก เพราะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก

ด้าน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ประเทศอินโดนีเซียและประเทศไทยตั้งอยู่ในกลุ่มอาเซียนด้วยกันมีความสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่อง และทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต รับผิดชอบดูแลรักษาชาวต่างประเทศที่ด้อยโอกาสไม่มีเงินเป็นค่ารักษาพยาบาล ไม่ใช่เฉพาะชาวอินโดนีเซียเท่านั้นยังรวมไปถึงนักท่องเที่ยวจากยุโรปและแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมาก และเป็นการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ซึ่ง การรักษาพยาบาลจำเป็นต้องใช้เวชภัณฑ์หรืออุปกรณ์การแพทย์มูลค่าสูงจำเป็นจะต้องติดต่อประสานงานกงสุล ให้ช่วยเหลือให้ถูกต้องต่อไป

ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดภูเก็ตยินดีให้ความช่วยเหลือ การติดต่อประสานงานกงสุลฯเบื้องต้น ทางโทรศัพท์มือถือใช้วิดีโอคอล หรือ ZOOM กรณีที่จับกุมชาวอินโดนีเซีย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นทั้งตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจน้ำ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่3 มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางกงสุลฯ อย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่าเรือนจำจังหวัดภูเก็ตได้แจ้งผู้ต้องขังชาวอินโดนีเซียตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว

และในเรื่องการส่งกลับชาวอินโดนีเซียหลังสิ้นสุดการรับโทษน่าจะเป็นไปได้ที่ส่งออกจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตได้และตามระเบียบกฎหมายของตรวจคนเข้าเมืองนั้น ยังสามารถดูแลได้ในช่วงเวลา 7 วันเท่านั้น ในเรื่องนี้ทางกงสุลฯ จะต้องรับทราบข้อมูลดังกล่าวด้วย

ในส่วนการเชื่อมโยงระหว่างเกาะบาหลีกับเกาะภูเก็ตนั้นมีการเปิดเส้นทางบินมาแล้ว ประมาณ 3 เดือน มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียและชาวออสเตรเลียหรือชาติอื่นๆ เดินทางเข้ามาสู่จังหวัดภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ดีไม่มีปัญหา หน่วยงานต่างๆในจังหวัดภูเก็ตจะช่วยกันดูแล

ปัจจุบันท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตกำลังปรับปรุงและกำหนดให้มีหลุมจอดเพิ่มขึ้นอีก 4 หลุม ถ้าเป็นไปได้ ทางอินโดนีเซียอาศัยเปิดเส้นทางบินมาจากกรุงจาร์กาตาสู่ภูเก็ตที่จะเชื่อมโยงทางด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวของทั้งสองพื้นที่ได้เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ นายซุวัรกานา ปริงกานู กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา กล่าวขอบคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีโอกาสหารือความร่วมมือระดับจังหวัดภูเก็ต และ บทบาทของหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติได้และเชื่อว่าจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างอินโดนีเซียและภูเก็ตได้เป็นอย่างดี