หน้าแรก ภูมิภาค เจริญ ชลาลัย ...

เจริญ ชลาลัย ยื่นอุทธรณ์คดีหาเสียงในหน่วยเลือกตั้งปี’63 ลุ้นลงสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.ตราด

21.11.24 | 14:42 น.

เจริญ ชลาลัย ยื่นอุทธรณ์คดีหาเสียงในหน่วยเลือกตั้งปี’63 ลุ้นลงสนามเลือกตั้ง นายกอบจ.ตราด

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.คลองใหญ่ เปิดเผยว่า จากการที่ทางสำนักงานเลือกตั้ง จ.ตราด ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายเจริญ ชลาลัย อดีตรองนายกอบจ.ตราด ได้ทำผิด พรบ.เลือกตั้ง หลังจากที่นำรถยนต์ที่มีหมายเลขเข้าไปในคูหาเลือกตั้งเมื่อการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการเรียก นายเจริญ เข้ามารับฟังข้อกล่าวหา ซึ่งนายเจริญ ได้ยอมรับสารภาพและถูกดำเนินคดี ทางพนักงานสอบสวนได้สั่งฟ้อง และส่งอัยการตราดฟ้องศาลจังหวัดตราดแล้ว และทราบว่าทางศาลจังหวัดตราดได้พิพากษาแล้วแต่ยังไม่ทราบรายละเอียดในคำพิพากษา

ด้านนายเจริญ กล่าวว่า ยอมรับว่า เรื่องนี้จบแล้วในศาลชั้นต้น ที่พิพากษาตามคำผิดตามมาตรา 70 ของพรบ.เลือกตั้ง ซึ่งมีความผิดอาญาโทษจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท แต่จำเลยยอมรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คือ จำคุก 2 เดือน แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม การมีโทษจำคุกทำให้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง “นายกอบจ.ตราด” ตามมาตรา 18 ซึ่งต้องถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง 5 ปี แต่ได้ปรึกษากับทนายความไว้แล้วว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อ และหากยังแพ้ก็จะยื่นฎีกาต่อไป ซึ่งจะใช้ระยะเวลาอีกหลายปีกว่าคดีจะสิ้นสุด หากยังแพ้คดีก็ยอมรับ แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังสามารถลงสมัครได้อยู่

“ผมยังมุ่งมั่นที่จะทำงานการเมือง การเลือกตั้งนายกอบจ.ตราด แม้หลายคนจะบอกว่าหาเสียงไปก็ไม่ได้คะแนน แต่ผมยังมุ่งมั่นทำหน้าทีของผมต่อไป ไม่สนใจคำวิจารณ์ของคนอื่นๆ ผมไม่สนใจใดๆ และเมื่อถึงวันสมัคร ผมก็จะนำข้อมูลในการทำงานมาแสดงให้ประชาชนชาวตราดทุกคนทราบว่า การบริหารงานในอบจ.ตราดที่ผมนั่งรองนายกอบจ.ตราดมา 4 สมัย มีข้อมูลมากมายที่ประชาชนชาวตราดต้องรับรู้ ซึ่งในเวทีปราศรัยผมจะประกาศให้รู้ทั้งหมด สมาชิกสภา และสภาที่ผมทำงานมาเหมือนน้ำที่ใส แต่การบริหารงานกลับมีแต่น้ำขุ่น อีกไม่นานชาวตราดจะได้รับรู้ และผมจะไปร้องเรียนที่ปปช.ด้วย”

Advertisement

นายเจริญ ยังกล่าวว่า ส่วนข่าวที่ออกมาในสภาอบจ.ตราดที่ออกมาเป็นข่าวนั้น มันเป็นความจริง ไม่ได้มีการวางแผนสร้างคอนเทนต์ใดๆ ซึ่งพี่ชายก็ทำตามหน้าที่ ของเขาซึ่งยอมรับว่า ทุกอย่างล้วนเป็นความจริง ซึ่งหากสื่อมวลชนกล้าที่จะรายงานข่าว จะพาไปดูโครงการต่างๆที่ทำไปแล้ว ส่วนที่ไม่คัดค้านตั้งแต่แรกนั้น ก็เพราะว่าไม่อยากจะถูกถอดออกจากรองนายกอบจ.ตราด แต่วันนี้ พร้อมที่จะต่อสู้และนำข้อมูลไปให้ปปช.ตราดได้รับรู้ และทำการตรวจสอบด้วย

ทางด้านนายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกอบจ.ตราด และหัวหน้ากลุ่มลูกเมืองตราด เปิดเผยว่า วันนี้ กลุ่มลูกเมืองตราดมีความพร้อมในการลงเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยจะส่งทุกเขตเลือกตั้ง รวม 24 เขตเลือกตั้ง ซึ่งจะมีผู้สมัครหน้าใหม่เข้ามาประมาณ 4-5 คน หลังจากบางคนวางมือ และบางคนย้ายไปอยู่กลุ่มการเมืองอื่น แต่มั่นใจว่าจะได้รับเสียงข้างมากในสภาอบจ.ตราด ขณะเดียวกันการที่มีว่าที่สมัครนายกอบจ.ตราดกล่าวโจมตีการทำงานของตนเองนั้น ยอมรับว่า การเมืองก็มีการโจมตีและทำลายความเชื่อมั่นของคู่แข่งขันเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องที่มีการโจมตีนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ไม่จริง ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ และหากจะเลือกดำเนินการทั้งการแจ้งความหรือร้องปปช.ตราดก็ทำได้ และพร้อมที่จะต่อสู้ในทุกทาง

ในส่วนของนายชาญ กุมภะ หัวหน้าฝ่ายจัดการเลือกตั้ง สำนักงานเลือกตั้งจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ในกรณีของนายเจริญ ชลาลัย ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.ตราดที่ถูกคำพิพากษาจำคุก และรอลงอาญานั้น ยังสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากยังมีคุณสมบัติที่ลงสมัครได้ แต่หากพิจารณาถึงเรื่องลักษณะต้องห้ามแล้ว จะต้องพิจารณาว่า ทางคณะกรรมการเลือกตั้งจะรับสมัครหรือไม่เท่านั้น ส่วนการที่นายเจริญ ชลาชัย จะยื่นอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่เมื่อยอมรับสารภาพแล้ว การพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ไม่น่าจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าไร เนื่องจากเป็นการยอมรับสารภาพไม่ได้มีการต่อสู้หรือปฏิเสธ

สำหรับนายเจริญ ชลาลัย ที่ทำผิดพรบ.เลือกตั้งนั้น สืบเนื่องจากเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง และลูกน้องขับรถยนต์ไปส่ง แต่ไม่ได้ดึงสติกเกอร์ที่ติดในรถยนต์ออก จึงถูกร้องเรียนและกกต.ตราดร้องต่อพนักงานสอบสวนสภ.คลองใหญ่ จ.ตราด แต่การพิจารณาล่าช้าเนื่องจากจำเลยไม่มาให้ปากคำ สุดท้ายใกล้เลือกตั้งจึงออกมาพบพนักงานสอบสวน และยอมรับสารภาพ ทางพนักงานอัยการส่งฟ้องศาลและศาลจังหวัดตราดได้พิพากษาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยจำคุก 4 เดือน โทษอาญารอลงอาญา 2 ปี และปรับ 10,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยยอมรับสารภาพจึงลดโทษกึ่งหนึ่ง