ศอ.บต. จับมือเครือข่ายภาคประชาสังคมไทย-มาเลย์ ยกระดับเศรษฐกิจชายแดนใต้ คาดสร้างรายได้กว่าพันล้านบาท
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมจากไทยและมาเลเซีย จัดกิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเครือข่ายการประสานงานเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน โดยกิจกรรมนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมศรีนาฆารา โรงแรมเซาเทิร์นวิวปัตตานี จังหวัดปัตตานี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นการพัฒนาด้านปศุสัตว์และเกษตรกรรม หวังสร้างรายได้กว่าพันล้านบาทแก่พื้นที่ชายแดนใต้
นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยกล่าวว่า ความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมจากทั้งสองประเทศในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People to People) และการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวฮาลาล ซึ่งจะมีการจัดทำแผนงานที่ชัดเจนและติดตามผลได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงและความเชื่อมั่นในพื้นที่ หลายปีที่ผ่านมามาเลเซียกับไทยทำธุรกิจการค้าร่วมกันมานาน ตลาดโค ปศุสัตว์ พืชพันธุ์การเกษตร สร้างรายได้จำนวนมาก คาดว่าครั้งนี้เราจะเพิ่มตลาดโค ฮาลาล และสินค้าเกษตร รายได้พันกว่าล้านในปีหน้า
ฝ่ายมาเลเซีย นำโดยเจ๊ะกูมูฮัมหมัดอัสมี บิน อับดุลฮามิด ประธานที่ปรึกษาสภาองค์กรมุสลิมแห่งชาติมาเลเซีย และที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย พร้อมคณะ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนรัฐเปอร์ลิส นายรุสดาน รัสมี และคณะจากมาเลเซีย ร่วมมือกับภาคประชาสังคมชายแดนใต้ ได้แก่ นายมันโซ สาและ ประธาน IMAR ประเทศไทย และอาจารย์ณรงค์ หัสนี ประธานคลัสเตอร์เศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่มีมายาวนานระหว่างไทยและมาเลเซีย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และศักยภาพในด้านเกษตรกรรมและการผลิตหลากหลาย โดยจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย จีน และอินโดนีเซีย พร้อมส่งเสริมด้านการค้า การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ทางด้านเจ๊ะกูมูฮัมหมัดอัสมี บิน อับดุลฮามิด ได้กล่าวเสริมว่า มาเลเซียมีความพร้อมในการสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับฐานราก รวมถึงการเยี่ยมชมโรงงานเชือดไก่ฮาลาลและตลาดกลางปศุสัตว์ปัตตานี ของกลุ่มวิสาหกิจปัตตานี 2 กลุ่ม ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เรามีสินค้าแลกเปลี่ยน ที่รับส่งเข้าออก เช่น มะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำผึ้ง แป้ง ชา และไทยส่งผัก ไก่ น้ำตาล ตะไคร้ มูลค่าต่อเดือนเป็นพันล้าน เราเป็น Hup และศูนย์อาหารฮาลาล เพื่อสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งสองประเทศมีส่วนร่วมในการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ เช่น วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยว การค้า การพัฒนาเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต ด้วยเหตุนี้เราคาดว่าแถบบริเวณนี้มีภูมิประเทศเหมือนกันซึ่งสามารถสร้างเป็น Feedlot โรงอาหารฮาลาล เพื่อป้อนสู่ตลาดโลกต่อไป


