เชฟหนุ่ม เรือสำราญ ท้องเสียถ่ายหนัก เสียชีวิตในห้องพัก ญาติตามมาดูศพ ร้องไห้ดังระงม
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.วัฒน์พงศ์ จำนงอุดม สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยนาข่า ได้รับแจ้งเหตุมีชายเสียชีวิตภายในห้องพัก ในโรงแรมแห่งหนึ่ง (บีบี วิลล่า) ในเขตเทศบาลเมืองหนองสำโรง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงพร้อมด้วยแทพย์เวร โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักหมายเลข 11 อยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร ในห้องนอนข้างเตียงพบศพนายสุธน เชื่อมแก้ว หรือตั้ม อายุ 47 ปี ชาว จ.อุดรธานี นอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีขาว ไม่สวมกางเกง มีอุจจาระเปรอะเปื้อนตามร่างกายท่อนล่าง มีผ้าเช็ดตัวพันอยู่ที่ขา มีกางเกงขาสั้นถูกถอดกองอยู่ไม่ห่างกัน ที่พื้นห้องและที่เตียงนอน มีรอยอุจจาระเป็นทางจากห้องน้ำหน้าห้องเข้าไปในห้อง ตามร่างกายไม่ร่องรอยการถูกทำร้าย ในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชม.
จากการตรวจสอบภายในห้องนอน พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง แทบเล็ต 1 เครื่อง วางอยู่บนที่นอน บนโต๊ะข้างหัวเตียง พบขวดน้ำดื่ม ยารักษาโรคเบาหวาน 1 ชุด ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พบชุดมีดทำครัว 1 ชุด และมีอาหารแห้ง ขนม น้ำหอม 1 ขวด มีดโกนหนวด และมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1 ใบ มีกองเสื้อผ้าอยู่ด้านบน ส่วนในห้องรับแขกด้านหน้า ที่ซิงค์ล้างจานมีกองจานชามที่ใช้แล้วอยู่จำนนวนหนึ่ง ข้างกันพบขวดเหล้าที่กินหมดไปแล้ว 2 ขวด ในถุงขยะ และถังขยะพบกระป๋องเบียร์ที่เกิดดื่มแล้วอีกหลายกระป๋อง
จากการสอบถามนางกานต์รวี อายุ 50 ปี พนักงานต้อนรับ เล่าว่า ผู้ตายมาขอเช่าห้องพัก 1 เดือน เข้าพักเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ตายมาเพียงคนเดียว ไม่มีรถส่วนตัวมาด้วย แต่จะเห็นเพื่อนของผู้ตายมาหาที่ห้องพักบ้าง เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ตนเอาขนมมาให้ผู้ตายที่ห้อง และผู้ตายบอกว่าเตาแก๊สในห้องเสียใช้งานไม่ได้ ตนจึงบอกจะเอาเตาไฟฟ้ามาให้ใช้ และได้เอามาวางไว้ที่หน้าห้องเมื่อวานนี้
จากนั้นช่วงเย็นวันนี้มีเพื่อนผู้ตายที่รู้จักกับตน ได้ไลน์มาบอกว่าติดต่อผู้ตายไม่ได้ 1 วันแล้ว อยากให้ช่วยไปดูหน่อยว่าผู้ตายอยู่ในห้องหรือไม่ ตนก็บอกไปว่ายังติดในครัวอยู่ ให้มาติดต่อแม่บ้านแล้วเอากุญแจขึ้นไปไขประตูดูเลย ไม่นานแม่บ้านก็มาบอกว่ามีคนตายอยู่ในห้อง ตนจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี พูดคุยเก่ง แต่เห็นกันล่าสุดคนตายมีอาการซึมๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ก็ไม่นึกว่าแกจะป่วยหรือมีโรคประจำตัว
ต่อมาญาติพี่น้องของคนตายที่ทราบข่าว ต่างพากันเดินทางมาที่เกิดเหตุ ก่อนพากันกรูเข้าไปภายในห้อง เพื่อดูศพของคนตาย เมื่อเห็นร่างคนตาย ต่างพากันปล่อยโฮออกมาดังระงมห้อง เจ้าหน้าที่ต้องกันให้ญาติบางส่วนออกมานอกห้อง และให้ตัวแทนญาติเข้าไปเก็บของมีค่าของผู้ตายออกมา ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของญาติที่ทยอยเดินทางตามมาสมทบ
นางอู๋ อายุ 69 ปี ป้าผู้ตาย เล่าว่า ตนเลี้ยงนายตั้มมาตั้งแต่ยังเล็ก จนเขาเรียกตนว่าแม่ นายตั้มมีอาชีพเป็นเชฟทำอาหารอยู่บนเรือสำราญ นานๆทีจะกลับบ้าน ตอนนี้ผู้ตายยังไม่มีคิวงานเรือสำราญ จึงออกไปรับจ๊อบทำอาหารให้นายฝรั่งที่ จ.ภูเก็ต เพิ่งเดินทางไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน บอกว่าจะไปรับจ๊อบ 2 อาทิตย์ แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาวันไหน นายตั้มกลับมาวันไหน ญาติทุกคนก็ยังไม่รู้ และไม่รู้เลยว่าทำไมนายตั้มถึงมาเปิดห้องพักที่นี่ นายตั้มเป็นคนชอบดื่มเหล้า ตนเตือนประจำว่าให้ดื่มน้อยลง เพราะเขาป่วยเป็นเบาหวาน หลานก็บอกทำงานก็ไม่ได้ดื่ม เวลาพักก็ขอดื่มบ้าง เสียใจมากที่หลานต้องมาจากไปแบบกระทันหัน
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจจะมีอาการท้องเสียรุนแรงหรืออาหารเป็นพิษ ประกอบกับมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน อาจจะถ่ายหนักจนเกิดอาการช็อก ซึ่งผู้ตายพักอยู่คนเดียว ไม่มีใครเห็นและช่วยเหลือได้ทัน ก่อนมอบศพให้อาสากู้ภัยฯ นำไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อรอการผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด โดยแจ้งให้ญาตินำเอกสารหลักฐานไปพบพนักงานสอบสวนที่โรงพัก ซึ่งจะได้ทำการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ พนักงาน และญาติอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

