ตร.ขับไล่ล่า ตามจับรถขนแรงงานเถื่อน ลอบเข้าเมือง ร่วม20ราย พบเด็กอายุต่ำสุด 2 ปี รับหนีสงครามกลางเมือง
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ตำรวจทางหลวงสถานีตำรวจทางหลวง 5 ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา ขับรถไล่ติดตามรถกระบะขนแรงงานเถื่อน 3 คัน ซึ่งขับมาบนถนนหลวง จาก อ.จะนะ มุ่งหน้า อ.เทพา มีรถตำรวจทางหลวง 2 คัน ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
ทำให้รถกระบะทั้ง 3 คัน ต้องเลี้ยวหลบหนีเข้าไปบริเวณถนนภาย ในหมู่บ้าน หมู่ 7 ต.สะกอม อ.จะนะ แต่ปรากฏว่าขับหนีเข้าไปในซอยตัน จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ แบบหมดทางหนี
รายงานว่า ทั้ง 3 คันประกอบด้วย รถกระบะอีซูซู ซึ่งเป็นรถนำทาง รถกระบะมิตซูบิชิ ขนแรงงานมา 10 คน และรถกระบะมิติซูบิชิ ขนแรงงานเมียนมา 10 คน รวมแรงงานทั้งหมดเป็น20 คน แบ่งเป็น ชาย 9 คน หญิง 11 คน ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 6 คน อายุต่ำสุดเป็นเด็กหญิงอายุ 2 ปี ที่เหลืออายุ 4 ปี, 6 ปี, 7 ปี


เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวคนขับรถกระบะทั้ง 3 คัน เอาไว้ได้ทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายมูฮัมหมัดฮาฟิส (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี, นายอัลฮา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี, นายมะรอดี (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี, นายสูเด็ง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ทั้งหมดส่ง สภ.จะนะ จ.สงขลา
จากการสอบสวนทั้ง 4 คน ทราบว่า ขับรถกระบะ 3 คัน ไปรับชาวเมียนมา กลุ่มนี้มาจากมาจากปั๊มน้ำมันบริเวณริม ทล.4 กม.1250 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อช่วงเย็น
เพื่อนำไปส่งที่ ต.สุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส มีรถนำทาง 1 คน คอยตรวจสอบด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตามเส้นทางที่ขับผ่าน ได้รับค่าจ้าง 2,000 บาท


ส่วนรถกระบะ อีก 2 คัน ทำหน้าที่ชาวเมียนมา ได้ค่าจ้างคิดเป็นรายหัว หัวละ 800 บาท จากนายหน้าชาวไทย ชื่อ “บังเต้” (ไม่ทราบชื่อจริง)
สอบถามแรงงานเมียนมา เผยว่า เข้าเมืองโดยไม่มีหนังสือเดินทางต้องการเดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อหนีภัยสงครามกลางเมืองภายในประเทศ
จึงติดต่อนายหน้าสัญชาติเดียวกันที่อยู่ในประเทศเมียนมา ให้ช่วยว่าจ้างนายหน้าชาวไทย พาเดินทางเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย เป็นเงิน 3,000,000-13,000,000 จ๊าด เป็นเงินไทยประมาณ 49,000-60,000 บาท ตามแต่ระยะทาง จ่ายค่าเดินทางทั้งหมด ก่อนออกเดินทาง และส่วนมากเดินทางมาจากรัฐย่างกุ้ง รัฐมัณฑะเลย์ และรัฐเมาะลำไย ทั้งหมดใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 วันเศษ

รายงานว่า คนไทยทั้ง 4 คน ถูกดำเนินคดีให้ที่พักพิง ซ่อนเร้น ให้การช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
ส่วนชาวเมียนมา ถูกแจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวยขยายผลไปยังเครือข่ายค้าแรงงานเถื่อนข้ามชาติกลุ่มนี้ต่อไป

