เปิด 10 พื้นที่ 4 จว.ชายแดนใต้ ฝนจากมรสุม 330-504 มม.อุตุเผย ยังพีคได้อีก 28-29 พ.ย.
วันที่ 27 พฤศจิกายน ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสถานการณ์น้ำฝนตั้งแต่เวลา 07.00 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน-07.00 น.วันที่ 27 พฤศจิกายน
ดังต่อไปนี้
1.อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ปริมาณน้ำฝน 504 มิลลิเมตร(มม.)
2.อ.ยะรัง-อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 493.8 มม.
3.อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส 450 มม.
4.อ.เมือง จ.นราธิวาส 417 มม.
5.อ.สุไหงโกลก 371 มม.
6.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 370 มม.
7.อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 356.3 มม.
8.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 355.8 มม.
9.อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 331.0 มม.
10.อ.เทพา จ.สงขลา 330.4 มม.

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ว่า ถือว่า ตอนนี้ภาคใต้เจอกับฝนหนักมาก ซึ่งฝนที่เกิดขึ้นมานี้ไม่ใช่พายุ แต่เป็นลมมรสุม และหย่อมความกดอากาศต่ำ นอกจากนี้ ตัวเลขที่รายงานวันนี้ คาดว่าจะไม่ใช่ตัวเลขที่ปริมาณน้ำฝนแรงที่สุด แต่วันที่ 28 และ 29 พฤศจิกายน ฝนจะตกมากกว่านี้ เพราะเท่าที่ดูกลุ่มเมฆแล้ว ยังไม่ไปไหน เมฆยังเกาะกลุ่มอยู่ที่เดิม ไม่ไปไหนเลย

เมื่อถามว่าปริมาณน้ำฝนที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือว่าสูงที่สุดหรือไม่ และฝนตกในปริมาณเท่าไรจึงถือว่าฝนตกหนักแล้ว นายสมควร กล่าวว่า ปริมาณน้ำฝนสูงสุด ตอนพายุโซนร้อนปาปึก ปี 2562 ปริมาณน้ำฝนราวๆ 600 มม. แต่นั่นเป็นพายุ กรณีนี้ไม่ได้เป็นพายุ แต่เป็นที่ตกหนัก สลับตกเบาๆ ตกตลอดทั้งวันทั้งคืนซึ่งปริมาณ 504 มม.นี่ถือว่าตกหนักมาก ถามว่าที่ถือว่า ฝนตกหนักนั้น ปริมาณน้ำฝนเท่าไร ตอบว่า แค่ 90 มม.ก็ถือว่า ตกหนักมากแล้ว นี่ 500 กว่า หลายเท่ากว่าคำว่าหนักมาก อย่างถ้าเป็นพื้นที่กรุงเทพ ฝนตก 60 มม.ถือว่าตกหนักมากแล้ว อาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ในบางพื้นที่ ทั้งนี้ต้องรอดูปริมาณน้ำฝนวันที่ 28-29 พฤศจิกายน คิดว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่น่าจะเตรียมพร้อมรับมือแล้ว




