หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯสงขลา ...

ผู้ว่าฯสงขลา วาง 4 แนวทาง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม ย้ำทุกหน่วยงานเตรียมรับมืออุทกภัยอีกระลอก

27.11.24 | 19:32 น.

ผู้ว่าฯ สงขลา วาง 4 แนวทาง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม ย้ำทุกหน่วยงานเตรียมรับมืออุทกภัยอีกระลอก

น้ำท่วม – เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่มในพื้นที่ 16 อำเภอ หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วม โดยมีนายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ,นายนายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ปลัดจังหวัดสงขลา, นางสาวสุนารี บุญชุบ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา, นายกมล พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ผู้แทนสำนักงานชลประทานที่ 16 และนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมรายงานสถานการณ์

ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้รายงานถึงสถานการณ์ฝนตก โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดสงขลาต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

ด้านผู้ว่าฯ สงขลา ได้กำชับให้นายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ และประชาชนติดตาม พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้รายงานระดับน้ำในพื้นที่ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีการติดตามจากกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงต่าง ๆ พร้อมจัดทีมปฏิบัติการรับมือกรณีฉุกเฉิน


สำหรับในพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา มีพื้นที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ หมู่ 3 ตำบลพะวง (ปั๊ม ปตท. โคกสูง) และหมู่ 2 ตำบลพะวง (5 แยกน้ำกระจาย) ที่มีน้ำท่วมสูงและการระบายน้ำล่าช้า โดยมีการแจกกระสอบทรายและเตรียมกำลังพลจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 และทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินในการอำนวยความสะดวกย้ายสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง

Advertisement

ส่วนอำเภออื่น ๆ มีการเฝ้าระวังและจัดเตรียมแผนอพยพประชาชนล่วงหน้า บางพื้นที่ได้อพยพประชาชนไปยังที่ว่าการอำเภอและบางส่วนขอไปอาศัยอยู่ที่บ้านญาติ ทั้งนี้ในบางอำเภอมีการเตรียมสิ่งของจำเป็นและเครื่องนอนไว้สำหรับรองรับพี่น้องประชาชนเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ สงขลา ได้กำหนดแนวทาง 4 แนวทาง สำหรับการเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ดังนี้ 1.ให้อำเภอจัดทำรายงานสถานการณ์แบบ One Page เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำ 2. ทำแผนการปฏิบัติการตอบโต้ ในการอพยพคน ว่ามีจำนวนเท่าใด แยกเป็นชายหญิงกี่คน และในส่วนของกระสอบทราย และอาหาร ให้ดำเนินการรายงานผลการอุปโภคบริโภคโดยละเอียด 3. เรื่องของการสถาปนาเส้นทางคมนาคม ทั้ง 2 แขวง ให้สรุปข้อมูลว่ามีการตอบโต้อย่างไร และรายงานไปยังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้รับทราบ 4. จัดทำแผนงานทั้งแบบเอกสาร (Manual) และแบบมีเดีย (Media) เพื่อรองรับทุกสถานการณ์

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างรัดกุมเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้


นายชวน บริรักษ์ ปลัดเทศบาลเมืองคอหงส์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลฯ ตอนนี้หลายจุดยังน่าห่วง โดยเฉพาะชุมชนบ้านปลักธง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา (ตั้งแต่บริเวณหลังโรงงานโชติวัฒน์ยาวไปจนจบทางรถไฟ) ยังคงประกาศธงแดง ซึ่งน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตั้งแต่ช่วง 02.00 น. ของเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.67) ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบแล้ว จำนวน 1,460 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อน 2,000 ราย โชคดีที่บ้านพักคนงานซึ่งมีคนงานอาศัยอยู่ราว 2,000 ราย น้ำท่วมไม่ถึง ท่วมเพียงแค่ถนนทางเข้าเท่านั้น เทศบาลจึงประสานขอความช่วยเหลือไปยัง มทบ.42 ช่วยขนย้ายคนงานเข้าออกแล้ว

สรุปสถานการณ์น้ำ (เวลา 18.00 น. 27 พ.ย.67) เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ ประกาศยกธงแดงแล้ว 2 จุด คือ ชุมชนปลักธง และชุมชนคลองหวะ ขณะนี้น้ำเริ่มลดระดับลง แต่ยังท่วมกระจายเต็มพื้นที่ มีตั้งแต่ 50 เซนติเมตรลึกสุด 2 เมตร คือ บริเวณริมทางรถไฟ ส่วนจุดอื่น ๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวังต่อ ได้แก่ ชุมชนคลองเปล มีผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 50 ครัวเรือน รวมถึงชุมชนหลังอ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน เทศบาลฯ ได้นำกระสอบทรายมาปิดคูระบายน้ำเอาไว้ ป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าไปยังหมู่บ้าน ทั้งนี้จากการลงพื้นที่วิเคราะห์ ทั้งนี้ยอมรับยังไม่ไว้ใจในสถานการณ์ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนฝนตกหนักต่อเนื่องยาวไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้