หนุ่มเวียดนามถูกไฟชอร์ต ดับสลดคาโรงงานกัญชา จนท.คาดช่วยเพื่อนซ่อมเครื่องผลิตน้ำประปา พลาดถูกไฟรั่ว
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่จังหวัดอุทัยธานี พ.ต.ต.ศักดิ์ดา ศิริโสภณ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟชอร์ตเสียชีวิต จึงลงตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ บริเวณโรงงานผลิตกัญชา ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พร้อมอาสากู้ภัยและแพทย์เวรโรงพยาบาลอุทัยธานี และพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอุทัยธานี
โดยที่เกิดเหตุพบศพ ทราบชื่อคือ นาย HAI DANG อายุ 40 ปี เป็นคนสัญชาติเวียดนาม นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นบริเวณเครื่องกรองน้ำผลิตน้ำประปาของโรงงานดังกล่าว โดยมีชาวเวียดนามอยู่ในโรงงานประมาณ 6 คน ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงาน ได้แจ้งประสานไปยังหุ้นส่วนของบริษัทก่อนที่ทางหุ้นส่วนจะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนต้องสอบถามข้อมูลจากหุ้นส่วนที่เป็นผู้แจ้งผ่านทางโทรศัพท์ เนื่องจากชาวเวียดนามที่อยู่ในโรงงานนั้น พูดภาษาไทยไม่ได้
ก่อนทราบว่า โรงงานแห่งนี้ปลูกกัญชาและผลิตกัญชา ซึ่งได้จดแจ้งทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง นาย HAI DANG ชาวเวียดนามที่เสียชีวิตนั้นไม่ได้ทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งนี้ แต่มาเที่ยวหาญาติหรือเพื่อนเวียดนามที่ทำงานอยู่ที่นี่ ซึ่งผู้เสียชีวิตและคนที่อยู่ในโรงงานทั้งหมดนั้น มีพาสปอร์ตถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุในเวลา 18.00 น. เพื่อนชาวเวียดนามนั้นพยายามหาตัวนาย HAI DANG เพื่อที่จะชักชวนกินข้าวแต่ก็หาตัวไม่เจอ เรียกก็ไม่ขานรับ ก่อนมาพบตัวอีกทีก็นอนเสียชวิตไปแล้ว โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะช่วยเพื่อนซ่อมระบบผลิตน้ำประปาที่ใช้ในโรงงานที่เกิดความขัดข้อง ก่อนพลาดถูกไฟรั่วที่เครื่องปั๊มน้ำ ประกอบกับพื้นปูนมีน้ำเปียกอยู่ จึงเป็นสาเหตุทำให้ถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตคาที่
โดยแพทย์เวรได้ถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พบว่านาย HAI DANG นอนเสียชีวิตหงายตัวขึ้น แขนขวานั้นพาดอยู่กับเหล็กที่ตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ มีร่องรอยการนำขนม น้ำอัดลม และธูป 1 ดอกมาจุดให้ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวเวียดนาม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพออกมาจากที่เกิดเหตุเพื่อชันสูตรเบื้องต้น พบว่ามีเลือดออกจากหูทั้งสองข้างและจมูก หูด้านขวาสวมบูทูธอยู่ ในกระเป๋ากางเกงพบโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง แขนขวาที่พาดกับเหล็กบริเวณข้อศอกถูกไฟฟ้าชอร์ตจนเป็นรอยไหม้ ทางหุ้นส่วนโรงงานได้โทรแจ้งญาติซึ่งเป็นคนเวียดนามด้วยกันให้ทราบแล้ว ขณะนี้กำลังรอญาติที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อตัดสินใจว่าจะทำพิธีที่เมืองไทยหรือจะส่งศพกลับไปที่เวียดนาม

