เผาแล้ว ร่างแม่ลูกตายทั้งกลม รพ.ต้นสังกัดที่ฝากครรภ์ยังเงียบ สามีลั่นเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ความคืบหน้ากรณี นายวิษณุ เกิดช่อ อายุ 39 ปี ชาวอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า นางลำไพ ผิวอ่อน อายุ 39 ปี ภรรยา ท้องได้ 7 เดือน มีอาการปวดท้องแล้วไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา และแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากกรดไหลย้อน ได้จ่ายยาและให้กลับมาบ้าน แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงภรรยาได้เสียชีวิตลงที่บ้าน โดยผลชันสูตรพบว่าเสียชีวิตเพราะสาเหตุครรภ์เป็นพิษ

นายวิษณุจึงนำร่างของภรรยาไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองสนวน ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง โดยตั้งโลงศพของภรรยาและโลงศพของลูกชายวัย 7 เดือนไว้คู่กัน ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่ครอบครัวและญาติมิตรอย่างมาก ทุกคนต่างทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะนายวิษณุที่ต้องมาเสียภรรยาและลูกไปในคราวเดียวกัน และหลังจากตั้งบำเพ็ญกุศลทางครอบครัวยังไม่ได้รับคำขอโทษ คำชี้แจง หรือแม้แต่พวงหรีดจากทางโรงพยาบาลเลย จึงตั้งใจว่าจะไม่เผาศพภรรยาจนกว่าทางโรงพยาบาลจะติดต่อกลับมา และดำเนินเรื่องจนถึงที่สุด อยากให้โรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ว่าจะตรวจเพียงผ่านๆ แล้วให้กลับบ้านจนผู้ป่วยต้องมาเสียชีวิตแบบนี้

ล่าสุดวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2567) นายวิษณุและครอบครัวได้ให้ทางวัดประกอบพิธีฌาปนกิจภรรยาและลูกในท้องแล้วหลังจากได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลตำรวจว่า ให้ฌาปนกิจได้เลย เนื่องจากแพทย์นิติเวชได้ผ่าชันสูตรและเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว ประกอบกับทางญาติก็ห่วงเรื่องของคนที่จะมาเฝ้าศพ และกลัวจะมีคนแอบมาขโมยร่างของทารกในท้องของภรรยาไปเพื่อทำคุณไสย จึงหารือและตัดสินใจฌาปนกิจภรรยาและลูกในท้องในวันนี้ ในขณะที่โรงพยาบาลที่ผู้เสียชีวิตไปฝากครรภ์ยังเงียบ ไม่มีการติดต่อประสานกลับมาแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากนี้นายวิษณุ สามีของผู้เสียชีวิต จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยจะให้ทนายเป็นตัวแทนดำเนินการต่อ

ทั้งนี้ในพิธีฌาปนกิจ ได้นำร่างของนางลำไพ ภรรยาที่เสียชีวิตขึ้นเผาบนเมรุ ส่วนร่างของทารกได้เผาที่เชิงตะกอนด้านข้างเมรุ โดยวางท่อนฟืนเอาไว้และนำโลงของทารกมาวางแล้วเผาอยู่ด้านหลังเมรุ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า บรรดาญาติมิตร เพื่อนๆ และเพื่อนบ้านต่างมาให้กำลังใจและแสดงความเสียใจกันจำนวนมาก


