บิ๊กโจ๊ก คิกออฟ พาคนใต้กลับบ้านปีใหม่ จัดสองเที่ยวบินตรงหาดใหญ่-นครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า อีกแค่เดือนเศษๆ ก็จะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ 2568 ซึ่งเป็นเทศกาลที่หลายคนกำลังมองหาช่องทางในการเดินทางกลับภูมิลำเนา
ทุกปีสิ่งที่มักเจอปัญหาช่วงเทศกาลคือจำนวนรถและเที่ยวบินมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจ ปีนี้ ก็ค่อนข้างยากลำบาก ทำให้หลายคนไม่มีกำลังทรัพย์มากเพียงพอที่จะพา ครอบครัวที่มาทำงานต่างถิ่นกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ภูมิลำเนา
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวใต้ สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมเปิดโครงการ พาคนใต้กลับบ้านครั้งที่สอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ หลังจากประสบความสำเร็จ พาคนใต้กลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยรถบัสวีไอพี ถึง 12 คัน แบ่งออกเป็นสองสายคือฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
โดยล่าสุด ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อวางแผนในการทำงาน ซึ่งคณะกรรมการ เห็นพ้องต้องกัน ให้จัดเที่ยวรถวีไอพี จำนวน 9 คัน เพื่อพาคนใต้กลับบ้าน โดยจะแบ่งการเดินทางออกเป็นสองฝั่งเช่นเดิม ปลายทางแรกจะมุ่งหน้าไปที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเส้นทางที่สองจะมุ่งหน้าไปจังหวัดภูเก็ต
และที่เซอร์ไพรส์สำหรับรอบนี้คือทางสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดเที่ยวบินพิเศษจำนวน 2 ลำของแอร์เอเชีย เพื่อนำคนใต้กลับบ้าน ในเส้นทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง ปลายทาง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกเที่ยวบินคือท่าอากาศยานดอนเมือง ปลายทางจังหวัดนครศรีธรรมราช
สำหรับขบวนรถบัส วีไอพีรองรับทั้งหมด 405 คน ออกเดินทางในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 29 ธันวาคม 2567 พร้อมกันทั้งสองเส้นทาง อ่าวไทยและอันดามัน โดยจะมีพิธีปล่อยขบวนรถ ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนกาญจนาภิเษก
ส่วนเที่ยวบินของสายการบินแอร์เอเชีย จะออกเดินทางในวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 10.30 น.และเวลา 13.30 น. โดยจะนัดรวมพลที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนเวลาบิน 2 ชั่วโมง
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์บอกว่า นี่ถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับชาวใต้ ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้จะมอบให้ ซึ่งผู้ที่สนใจจะร่วมโครงการโครงการนี้ จะเป็นการพากลับบ้านฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สำหรับขบวนรถบัสวีไอพี จะมีการแจกอาหารน้ำดื่มและขนม ให้นั่งรับประทานบนรถ และจอดแวะพักให้ยืดแข้งยืดขา ตามจุดที่กำหนดก่อนจะมุ่งหน้าสู่ปลายทาง
ส่วนเครื่องบิน จะนัดพบกันที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ที่ลงทะเบียนได้มาแสดงตนและเข้าสู่กระบวนการในการตรวจสัมภาระ รวมถึงบัตรเดินทาง ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรการของท่าอากาศยาน
โดยผู้ที่จะเดินทางสามารถ นำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ 7 กิโลกรัม ส่วนผู้ร่วมโครงการที่ประสงค์จะนำสัมภาระเพิ่มเติม โหลดลงใต้ท้องเครื่อง ต้องติดต่อเพื่อซื้อบริการโหลดสัมภาระแยกต่างหาก กับทางสายการบิน โดยทางสมาคม จะช่วยประสานงานให้
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดตามรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ของสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเว็บไซต์หักพาลดอทคอม ส่วนใครที่ไม่สะดวกเข้าถึงช่องทางโซเชียล สามารถติดต่อได้ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์
โดยทางสมาคมจะเปิดให้ผู้สนใจ ลงทะเบียนจองสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคมเป็นต้นไป และจะสรุปรายชื่อในวันที่ 19 ธันวาคม เพื่อส่งรายชื่อผู้โดยสารสำหรับเครื่องบิน จำนวน 285 ที่นั่ง ให้กับทางสายการบินภายในวันที่ 20 ธันวาคม
สำหรับรถบัสวีไอพีนั้น จะเปิดในวันที่ 10 ธันวาคมเช่นกัน และปิดรับสิทธิทันที ที่จำนวนจำนวนผู้โดยสารครบตามจำนวนที่นั่งบนรถคือ 405 ที่นั่ง
ทั้งหมดนี้เป็นจำนวนที่ได้ทำสำรวจจากครั้งที่แล้ว ที่ทางสมาคมได้จัดโครงการพาคนใต้กลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และขอสงวนสิทธิไม่เปิดเพิ่มเติม หากสิทธินั้นจองเต็มแล้ว
ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ เดินทางมาตามวันและเวลานัดหมาย หากประสงค์จะยกเลิก ให้แจ้งก่อนการเดินทางหนึ่งสัปดาห์ เพื่อจะเปิดสิทธินั้นให้กับผู้ที่พลาดโอกาสในล็อตแรก
สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยสามารถติดตาม ข้อมูลได้ในเว็บไซต์ที่ได้กล่าวมาข้างต้น หรือโทรสอบถามที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ยังกล่าวด้วยว่า หากการดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมายและสร้างรอยยิ้ม คืนอ้อมกอดให้กับคนที่รักในวันสิ้นปี ที่ต้องจากบ้านมาทำงาน ในเมืองหลวงครั้งนี้ลุล่วงตามเป้าหมาย ในครั้งหน้าอาจจะมีการพิจารณาเพื่อ เสนอช่องทางการเดินทางเพิ่มเติมฟรี ในส่วนของ การเดินทาง โดยรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วย

