หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มขับเก๋งพ...

หนุ่มขับเก๋งพุ่งชนบ้าน ยังไม่ชดใช้ อ้างโจทก์เรียกร้องสูง ขอไกล่เกลี่ยชั้นศาลแทน

3.12.24 | 17:02 น.

หนุ่มขับเก๋งพุ่งชนบ้าน ยังไม่ชดใช้ อ้างโจทก์เรียกร้องสูง ขอไกล่เกลี่ยชั้นศาลแทน

จากกรณี นายวีระพัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือ ติ๊ก อายุ 38 ปี ชาวอุดรธานี เมาขับรถเก๋งพุ่งชนบ้านพักของ นายอุทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี โดยมี น.ส.ศศินภา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้เช่าบ้านได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ร.ต.ท.ทรงภพ คำใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์นายวีระพัฒน์ พบเกินที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ควบคุมตัวไปดำเนินคดีและปล่อยตัวไป เหตุเกิดเวลา 04.20 น. วันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตัวเจ้าของบ้านรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้อนถึง ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ต้องไปเยี่ยมผู้เสียหายและขอโทษ อ้างร้อยเวรประสบการณ์น้อย พึ่งมาทำงานไม่ถึงปี พร้อมกับเปลี่ยนร้อยเวรใหม่ และตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เก๋งพุ่งชนบ้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว พ.ต.ท.นิวัตร กุลศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้เรียกให้นายวีระพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาเมาขับรถชนบ้าน นายอุทัย เจ้าของบ้าน น.ส.มิตรา (สงวนนามสกุล) ภรรยาเจ้าของบ้าน และ น.ส.ศศินภา ผู้เช่าบ้านและเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกนายวีระพัฒน์ชนเสียหาย มาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย โดยช่วงหัวค่ำวานนี้ (2 ธ.ค.) ตำรวจได้เรียกนายวีระพัฒน์มาพบ และได้แจ้งข้อกล่าวหาเมาแล้วขับไปแล้ว เมื่อทั้ง 4 เดินทางมาพูดคุยและไกล่เกลี่ยกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน ปรากฏว่าไม่สามารถตกลงกันได้

ในวันนี้เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกทั้ง 4 มาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้ง โดยนายอุทัย เจ้าของบ้านได้เรียกค่าเสียหาย เป็น

Advertisement
  • ชุดประตูกระจกอะลูมิเนียม 1 ชุด พร้อมค่าแรงช่าง 18,000 บาท
  • ชุดประตูไม้เนื้อแข็ง พร้อมค่าแรงช่างติดตั้ง 8,000 บาท
  • ชุดโต๊ะม้าหินอ่อน 3,500 บาท
  • ค่าผนังบ้านแตกร้าว และส่วนอื่นๆ พร้อมค่าช่าง 5,000 บาท

รวมค่าเสียหาย 34,500 บาท

ส่วน น.ส.ศศินภา ผู้เช่าบ้าน เจ้าของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Scoopy-i เรียกค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท และค่าทำขวัญอีก 10,000 บาท รวมเป็น 40,000 บาท

โดยทั้งสองฝ่ายใช้เวลาในการไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ตกลงกันในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้ นายวีระพัฒน์ให้เหตุผลว่า ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายสูงเกินไป จึงขอไปไกล่เกลี่ยชดใช้ในชั้นศาล

เก๋งพุ่งชนบ้าน

นายวีระพัฒน์กล่าวว่า ตนทำงานเป็นช่างเทคนิคร้านจำหน่ายยางใน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เมื่อวานนี้ได้เข้ามาพบตำรวจเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ และได้ไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย ตกลงว่าตนจะผ่อนจ่ายเดือนละ 5,000 บาท เพื่อยืนยันว่าตนอยากจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พอตนโทรปรึกษาทนาย บอกว่ามีค่าเสียหายบางส่วนเกินมูลค่าไป สุดท้ายก็ตกลงกันไม่ได้ จึงแยกย้ายกันกลับ ก่อนจะกลับมาไกล่เกลี่ยกันอีกครั้งในวันนี้ ซึ่งผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายด้วยมูลค่าที่ตนไม่มีกำลังจ่าย รถเก๋งที่ตนขับมาชนก็ได้รับความเสียหายหนัก ตนต้องหาเงินซ่อม และค่าปรับคดีเมาแล้วขับก็ต้องใช้เงิน ซึ่งตนคำนวณดูแล้ว เงินไม่พอ จึงอยากขอว่าให้ลดค่าผ่อนจ่ายลงอีก ซึ่งเบื้องต้นตนจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของบ้านไปแล้ว 5,000 บาท เพื่อยืนยันว่าตนจะรับผิดชอบ

ยอมรับว่าดื่มมา แต่ไม่ได้เมา มีสติทุกอย่าง หลังจากที่ดื่มเสร็จก็ได้ขับรถกลับบ้าน ออกจากร้านแล้วเลี้ยวเข้าไปในซอยกิจขยัน พอถึงสามแยกตนได้เลี้ยวซ้าย แต่มาเจอรถซาเล้งที่จอดอยู่ ซึ่งอยู่ในวงโค้งก็ตกใจ จะเหยียบเบรกแต่ดันไปเหยียบคันเร่ง รถจึงพุ่งชนบ้าน พอตำรวจมาก็ได้ให้ตนเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แล้วลงบันทึกไว้ จากนั้นให้คุยไกล่เกลี่ยกัน เสร็จแล้วจึงไปรายงานตัวที่โรงพัก

พ.ต.ท.นิวัตร กุลศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาในการไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าตกลงกันในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ได้ โดยนายวีระพัฒน์ ผู้ต้องหา ให้เหตุผลว่าประสงค์ชดใช้ค่าเสียหายให้นายอุทัย แต่เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป ประสงค์ชดใช้ค่าเสียหายให้ น.ส.ศศินภา ตามความจริง แต่ที่เรียกร้องมาสูงเกินไป จึงขอไปไกล่เกลี่ยชดใช้ในชั้นศาล จึงได้ทำบันทึกเจรจาทางแพ่งไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแนบไปกับสำนวนเมาแล้วขับส่งอัยการดำเนินการต่อไป

เก๋งพุ่งชนบ้าน