สุดทน! ลูกไถเงินไปซื้อยาบ้า หาให้ไม่ทันใจอาละวาด-ขู่ฆ่าแม่ วอนจนท.จับไปบำบัด
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ขณะที่ ร.ต.อ.อุดร ศุขศิริ รอง สวป.สภ.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี มีเหตุลูกชายติดยาคลุ้มคลั่งอาละวาดใช้มีดฟันต้นไม้และผักที่แม่ปลูกไว้ขายเสียหายหลายต้น เหตุเกิดที่กระท่อมนา ท้ายบ้านดงเจริญ ต.หมูม่น อ.เมืองอุดรธานี จึงประสาน นางรุ้งทิพย์ วางคำ ผู้ใหญ่บ้านดงเจริญ นำกำลังออกไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ นางวาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ยืนรอนำพาเจ้าหน้าที่เดินตรวจ ต้นมะม่วงสามฤดู กล้วยน้ำหว้า ต้นยอ ต้นพริก และต้นอื่น ๆ อีกนับ 10 ต้น ที่ปลูกไว้ขาย ได้ถูก นายพิศพงษ์ (สงวนนามสกุล) หรือ เบิร์ด อายุ 31 ปี ลูกชาย ใช้มีดฟันเสียหาย พร้อมเล่าว่า ตนมีที่นาและสวน 24 ไร่ แบ่งทำนา 19 ไร่ ทำกระท่อมนา เลี้ยงควาย ปลูกพืชผักและผลไม้รวม 6 ไร่ ตนจะปลูกสวนครัว ข่า ตะไคร้ พริก ถั่วฝักยาว มะละกอ กล้วย เพื่อนำไปขายที่ตลาดเป็นรายได้ประจำ ส่วนต้นมะม่วงสามฤดู ปลูกไว้ประมาณ 3 ปี จะออกผลจะได้เก็บไปขายปีนี้
นางวาสนา เล่าต่อว่า สามีตนเสียชีวิต ตนเลี้ยงลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้ว ส่วนนายเบิร์ดเป็นลูกคนเล็ก ไม่ทำงานมานอนอยู่ที่กระท่อมนา ให้แม่หาข้าวให้กิน อิ่มแล้วก็จะไถเงินแม่วันละ 20 -100 บาท ไปซื้อยาเสพ ถ้าไม่ให้ก็จะยกเอาทีวี ข้าวสารไปขายซื้อยาเสพ พอไม่มีสิ่งของไปขาย ก็จะทุบรถจักรยานยนต์ของตัวเอง แล้วชำแหละเอาอะไหล่ไปขาย เพื่อเอาเงินไปซื้อยาเสพ ลูกเขยเอารถจักรยานยนต์มาให้ตนใช้ นายเบิร์ดก็นำมาถอดอะไหล่ออกไปขายจนขับขี่ไม่ได้

“ลูกเสพกัญชามาตั้งแต่เด็ก พอขึ้น ม.2 ก็เริ่มเสพยาบ้าจนติดตั้งแต่นั้นมา แล้วลูกก็มาอาศัยอยู่ที่กระท่อมนา ไม่ไปหางานทำ ให้แม่เอาข้าวมาให้กินทุกวัน ถ้ากับข้าวไม่ถูกปากก็จะบ่นโวยวายต่อว่า ไม่เคยช่วยแม่ทำงาน แม้จะเห็นแม่ทำงานก็นอนดูเฉยๆ เหมือนลูกเทวดา พอกินข้าวอิ่มก็ขอเงินไปซื้อยาเสพ พอเสพยาแล้วก็จะบ้าพูดอยู่คนเดียว สาเหตุที่ต้องออกมาที่กระท่อมนาทุกวัน เพราะเลี้ยงควาย 3 ตัว ต้องรดน้ำต้นไม้และพืชสวนครัวที่ปลูกไว้ขาย” นางวาสนา กล่าว
นางวาสนา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เช้าวันนี้ตนเอาข้าวมาให้ลูกกิน เสร็จแล้วมาบอกให้ลูกไปขนข้าวเปลือกที่ตากไว้ในที่นา โดยจะให้ค่าจ้าง 300 บาท แต่ลูกบอกว่าเอาเงินมาให้ก่อน 50 บาท ตนไปเก็บเงินค่าเช่าที่นาที่ชาวบ้านนำวัวมาเลี้ยง 1,500 บาท ไม่มีเงินแบงก์ย่อย ถ้าตนเอาแบงก์ 500 บาทให้ก็จะเอาไปหมด ตนจึงบอกให้ลูกรอก่อนจะไปซื้อเมล็ดพืชมาปลูก และนำเงินมาให้ พอตนกลับมาก็พบว่านายเบิร์ดอาละวาด ใช้มีดฟันต้นมะม่วง ต้นกล้วย ต้นพริก ต้นยอ ที่ตนปลูกไว้ขายเสียหาย ตนจึงรีบเอาเงินให้ไป 100 บาท ลูกจึงหยุดฟันต้นไม้ พอได้เงินแล้วก็เดินออกไปกลางทุ่งนา ซึ่งเป็นที่นัดหมายกับเพื่อน เพื่อไปซื้อยาเสพ และยังไม่กลับมา

หลังจากลูกออกไป ก็มาดูต้นไม้ที่โดนฟัน รู้สึกเสียใจมาก ไม่เคยคิดจะแจ้งตำรวจจับลูกเลย แต่คราวนี้ทนไม่ไหว เพราะลูกท้าทายว่าให้แจ้งตำรวจได้เลย ไม่มีตำรวจหน้าไหนมาจับหรอก ก่อนหน้านี้ เวลาแม่บอกแม่สอน ก็จะไล่ให้แม่หนีไปไกลๆ ถ้าไม่ไปก็จะขู่ฆ่าแม่ จึงอยากให้ตำรวจเอาลูกไปบำบัด หรือจะเอาไปไหนก็ได้ตามใจตำรวจ เพราะรู้สึกทนพฤติกรรมของลูกไม่ไหวแล้ว
ร.ต.อ.อุดร ศุขศิริ รอง สวป.สภ.นาข่า และตำรวจสายสืบ สภ.นาข่า ได้เดินออกไปทุ่งนา เพื่อตามหานายเบิร์ดแต่ไม่พบ คาดว่านายเบิร์ดกลัวว่าตำรวจและผู้ใหญ่บ้านจะมาจับ จึงหลบซ่อนอยู่ในป่า ตำรวจจึงได้แนะนำนางวาสนาว่า ต้องระมัดระวังตัว เพราะนายเบิร์ดเสพยาบ้าหนัก จนมีอาการคุ้มคลั่ง อาจจะทำร้ายแม่และคนในครอบครัว อย่าคิดว่าลูกจะไม่ทำร้าย เพราะเป็นอาการของคนหลอนยาจะก่อเหตุโดยไม่รู้ตัว ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่นำนายเบิร์ดไปบำบัดรักษา หากนายเบิร์ดกลับมาที่กระท่อมนา ให้นางวาสนาโทรศัพท์แจ้งตำรวจและผู้ใหญ่บ้านทันที ตำรวจจะมาควบคุมตัวนายเบิร์ด ไปเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด ต่อไป


