ชัยภูมิสืบสานประเพณีกีฬาโบราณตีคลีไฟหนึ่งเดียวในโลก เปิดสุดยอดเมนูเด็ดหากินยาก ข้าวหน้าปลาไหล สุดยอดอาหารพื้นบ้านอีสาน ชวนชม ชิม ช็อป แชะ หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม น.ส.อรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ร่วมกับ อบต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พร้อมส่วนราชการเกี่ยวข้องเปิดแถลงเทศกาลท่องเที่ยวมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ในการจัดงานประเพณีกีฬาโบราณตีคลีไฟ ในช่วงกีฬาฤดูหนาวแห่งเดียวในโลกในปี 2567 นี้ ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2567 ที่วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
ที่นักท่องเที่ยวจะได้มาสัมผัสประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวหนึ่งเดียวในโลกในงานประเพณีตีคลีไฟ ประจำปี 2567 โดยในปีนี้ได้มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวตำบลกุดตุ้ม ทั้งการแข่งขันกีฬาโบราณ ตีคลีโหลน ตีคลีไกล การแข่งขันตีคลีไฟ การแข่งขันเรือพาย และกีฬาพื้นบ้าน การแสดงแสง สี เสียง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประเพณีตีคลีไฟ และปีนี้ก็มีการแสดงของช้างแสนรู้จากบ้านค่าย ซึ่งเป็นหมู่บ้านเลี้ยงจากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาจัดแสดงให้ชม

นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนของชาวตำบลกุดตุ้ม โดยการสืบสานประเพณีโบราณกีฬาตีคลีไฟที่ จ.ชัยภูมิ ได้มีการฟื้นฟูประเพณีดังกล่าวที่เกือบเลือนหายไปมาได้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2489 ซึ่งแรกเริ่มการเล่นเรียกว่า “คลีโหลน” โดยแข่งขันกันตีคลีไกล ใครมีความสามารถตีได้ไกลจะเป็นผู้ชนะ ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนจากการตีไกลมาเป็นการแข่งขันแบบเป็นทีม
ที่มาของการตีคลีไฟนั้น มาจากคนสมัยก่อน การไปอาบน้ำชำระร่างกายจะชักชวนกันไปยังท่าน้ำห้วย,หนอง,คลอง,บึง โดยเฉพาะในช่วงเย็นจะมาไปกันเป็นกลุ่มเพื่อรอต่อแถวรอคิวลงอาบน้ำในบึงหนองเขื่องของตำบล จึงมีการคิดสนุกเพื่อเป็นการเรียกเหงื่อก่อนอาบน้ำ ผ่อนคลายร่างกายในช่วงฤดูหนาว ด้วยการแบ่งทีมกันเล่นตีคลีโหลนด้วยการใช้เหง้าไม้ไผ่เป็นอุปกรณ์ตีที่ทำเป็นท่อนไม้ขนาดยาว 10 – 15 เซนติเมตร และใช้ลูกคลีที่เป็นท่อนไม้ต้นนุ่นที่มีความเบาเหนียวตีได้ไกล ก่อนจะมาแบ่งเป็นทีมแต่ละฝ่าย คล้ายกีฬาฮอกกี้

แต่ด้วยความบังเอิญ ลูกไม้คลีต้นนุ่นได้กลิ้งเข้าไปในกองไฟ กว่าจะเขี่ยออกมาได้ก็ติดไฟง่ายไปแล้ว ความรู้สึกที่กำลังสนุกต่อเนื่อง จึงไม่ยอมดับไฟที่กำลังลุกไหม้ก้อนไม้ท่อนต้นนุ่น จึงตีทั้งๆ ที่ไฟยังติดอยู่ อีกทั้งทำให้เกิดความท้ายทาย มีประกายไฟพุ่งสวยงามไปตามแรงตี เมื่อเวลาค่ำลงจากเดิมที่ลูกคลีไม่ได้เผาไฟจะมองไม่เห็นลูกไม้ ต่อมาจึงมีการนำไฟมาจุดลูกไม้ หรือลูกหนีจากท่อนต้นนุ่น มาใช้เวลากันมาแต่โบราณเพราะเกิดการมองเห็นลูกคลีไฟสวยงามไปด้วย จึงมีการสืบสานการเล่นกีฬาโบราณของที่นี่ จัดการแข่งขันกันมาต่อเนื่องจนปัจจุบัน ในช่วงหนึ่งปีมีครั้งเดียวในช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวเท่านั้น
ซึ่งสร้างความสนุกสนานเร้าใจกว่าการเล่น “คลีโหลน” แบบเดิมๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อ การเล่นตีคลีไฟ (KLEE-FIRE) ซึ่งชาวบ้านหนองเขื่อง ซึ่งได้มีการจัดแข่งสืบสานกีฬาโบราณการตีคลีไฟหนึ่งเดียวในโลกมาได้จนปัจจุบัน และในการจัดแถลงข่าวปี 2567 นี้ นอกจากการที่นักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางมาเที่ยวชมงานในปีนี้ระหว่าง 20-22 ธ.ค.67 นี้ แล้ว ยังมีการสืบสาน ประกอบอาหารพื้นบ้านที่จัดทำมาไว้รอรับนักท่องเที่ยวได้มาชม ชิม แชะ ในเมนูอาหารเด็ดที่นำมาโชว์ สาธิตวิธีการทำและกินให้อร่อย ในปีนี้ในหนองเขื่องของตำบลจะมีพันธุ์ปลานานาชนิดจำนวนมาก และโดยเฉพาะปลาไหล

ที่ น.ส.น.ส.อรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ บอกว่า ในพื้นที่หนองเขื่อง มีปลาไหลจำนวนมาก หากใครที่เดินทางมาในหมู่บ้านหนองเขื่องแล้ว ต้องได้กินผัดเผ็ดปลาไหล ข้าวเหนียวคลีโหลน (ทำจากเม็ดบัวที่มีในหนองเขื่อง) และส้มตำคลีไฟ ส้มตำไก่โอก ข้าวจี่ และพืชผักตามฤดูกาล ที่เป็นอาหารพื้นบ้านเมนูเด็ดมาแต่โบราณของที่นี่ด้วย ในปีนี้ชาวบ้านหนองเขื่อง เองก็ยังได้ทำเมนูพิเศษนั้นเพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยว ก็คือข้าวหน้าปลาไหล ที่รสชาติเหมือนอาหารญี่ปุ่น ซึ่งมีราคาแพงมาก เพียงไม่กี่ชิ้นก็ตกจานละกว่า 700 บาท ในปัจจุบัน ที่หากินที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว แต่ข้าวหน้าปลาไหล ในงานสืบสานกีฬาโบราณตีคลีไฟของที่นี่มีราคาไม่แพง มีรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน ก็มีจำหน่ายในงานสืบสานประเพณีตีคลีไฟหนึ่งเดียวในโลกในปีนี้

