เปิดวงจรปิด ไทม์ไลน์ ฆาตกรโหด ฆ่าหมอแซมมี่ เจ้าของคลินิกดัง ก่อนเผ่นหนีฮ่องกง
จากกรณีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม นายธิติกานต์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือหมอแซมมี่ เจ้าของคลินิกชื่อดังของเชียงใหม่ เสียชีวิตในคลินิก ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกฆ่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา และมาพบศพเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม สาเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากความหึงหวง คนร้ายคือแฟนของผู้ตายมาง้อคืนดีไม่สำเร็จ และเกิดทะเลาะวิวาทกัน จึงลงมือ ก่อนจะหลบหนีไปยังฮ่องกง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 7 ธันวาคม พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจนชัดเจนประกอบกับหลักฐานพยานต่างๆ จนรู้ตัวผู้กระทำผิด
พ.ต.อ.ปรัชญากล่าวต่อว่า และได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศาลก็ได้อนุมัติหมายจับแล้ว โดยคนร้ายรายนี้คือ นายบิลาล เซฟินิจ อายุ 30 ปี สัญชาติโมร็อกโก เป็นแฟนของผู้ตาย
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังบริเวณหน้าอาคารคลินิกของผู้ตาย พบว่า ผู้ตายได้ขับรถเก๋งดังกล่าวมากับนายบิลาล แฟนชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. และได้เข้าไปในตัวอาคารของคลินิกด้วยกัน
โดยทราบว่าทั้งคู่เคยเลิกกันมาก่อนหน้านั้นได้ 1 ปีกว่าแล้ว และนายบิลาลได้กลับมาเพื่อขอคืนดีอีกครั้ง กระทั่งเมื่อเวลา 02.00 น.ของวันที่ 5 ธันวาคม พบนายบิลาลขับรถผู้ตายออกจากจุดเกิดเหตุเพียงคนเดียว

และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทาง พบนายบิลาลขับรถมาจอดบริเวณถนนรอบคูเมือง และได้ว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊ก เพื่อให้นำไปส่งที่สนามบินเชียงใหม่ โดยกล้องวงจรปิดในสนามบินเชียงใหม่ พบนายบิลาลเดินอยู่ในสนามบินและจองตั๋วเครื่องบิน บินไปฮ่องกองในช่วงเช้าเวลา 06.00 น.ของวันที่ 5 ธันวาคม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจยึดรถเก๋งไว้มาตรวจสอบ พบมือถือของผู้ตาย 2 เครื่องอยู่ในรถเก๋ง รถของผู้ตาย ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี สีดำ ทะเบียน กทม. ทั้งนี้ ผู้ตายถูกคนร้ายใช้เชือกสีแดงรัดคออยู่ในชุดเสื้อผ้าที่ผู้ตายเข้ามาคลินิกในวันที่ 4 ธันวาคม

สภาพศพผู้ตายนอนหงายตกจากที่นอน ผ้าห่มห่มลำตัวเอาไว้และมีผ้าเช็ดตัวปิดบริเวณใบหน้าและศีรษะของผู้ตาย บริเวณลำคอที่ร่องรอยของการถูกรัดอย่างชัดเจน บริเวณหน้าห้องน้ำ เจ้าหน้าที่พบเชือกยืดสีแดงมีตะขอเกี่ยวสีแดงวางพาดอยู่บริเวณราวตากผ้า
ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนเส้นทางของคนร้ายจนได้ครบสมบูรณ์ และได้ขออนุมัติหมายจับดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้ โดยได้มีการประสานกับตำรวจสากลของฮ่องกง ในการช่วยเหลือติดตามคนร้ายรายนี้แล้ว


